คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 345/2550
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีอาญาต่อไป ถือเป็นการประนีประนอมยอมความที่ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
คดีความผิดต่อส่วนตัว ในวันนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ทนายจำเลยแถลงว่าจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับผู้เสียหายและผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยต่อไป ศาลชั้นต้นหมายเรียกผู้เสียหายมาสอบถามหากไม่มาถือว่าผู้เสียหายยอมรับความจริงตามที่ทนายจำเลยแถลง ผู้เสียหายได้รับหมายแล้วไม่มาศาล จึงถือว่าผู้เสียหายกับจำเลยได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความและผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความแก่จำเลยจริง ถือว่าได้มีการทำยอมโดยถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงเป็นอันระงับไปตามป.วิ.อ. มาตรา 39 (2)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการศาลแขวงนครราชสีมา · จำเลย - นางติ๋ว หวลกระโทก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | องอาจ โรจนสุพจน์ · พิทักษ์ คงจันทร์ · ปรีดา พูนคำ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงนครราชสีมา - นายนรินทร์ เลิศจรรยารักษ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายกิจชัย จิตธารารักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา