⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 390/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 390/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ว่าจ้างต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ผู้รับจ้างได้กระทำไป หากการละเมิดนั้นเกิดจากการที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้กำหนดวิธีการทำงาน หรือออกคำสั่ง หรือเลือกผู้รับจ้างที่ไม่มีความเหมาะสม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างเป็นผู้กำหนดวิธีการให้ผู้รับจ้างตัดต้นไม้และให้คนควบคุมดูแลการตัดต้นไม้ตลอดเวลา แต่ในวันที่มีการตัดต้นไม้และทำให้ไม้ล้มพาดสายไฟฟ้าแรงสูงในที่ดินของโจทก์ขาดก่อให้เกิดความเสียหายกลับไม่มีผู้ใดควบคุม การที่ผู้รับจ้างไม่มีความรู้ความชำนาญในการตัดต้นไม้ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่สิ่งก่อสร้างข้างเคียงหรือไม่ยอมทำตามวิธีการที่ถูกต้อง ถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือในคำสั่งที่ให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.428

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2541 เวลากลางวัน จำเลยใช้ให้ลูกจ้างของจำเลยตัดต้นไม้สูงประมาณ 20 เมตร ในที่ดินของจำเลย ลูกจ้างของจำเลยตัดต้นไม้ดังกล่าวด้วยความประมาทเลินเล่อ ต้นไม้ล้มพาดสายไฟฟ้าแรงสูงในที่ดินของโจทก์ขาดและพาดลงมายังสะพานไฟฟ้าแรงต่ำเป็นเหตุให้ไฟฟ้าลัดวงจร เกิดเพลิงไหม้ฉนวนสายไฟฟ้า และการระเบิดที่สายไฟฟ้ากับตู้ควบคุมไฟฟ้าภายในโรงงานของโจทก์ โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในโรงงานเป็นเงิน 1,349,568.04 บาท จำเลยในฐานะนายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดดังกล่าว ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,349,568.04 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยว่าจ้างนายธรรมนูญ พงษ์พิบูลย์ ตัดต้นไม้ จำเลยไม่มีอำนาจสั่งการเกี่ยวกับการทำงานของลูกจ้าง และจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการเลือกหาผู้รับจ้างแล้วจึงไม่ต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดดังกล่าว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,349,568.04 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ.2542 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ไม่ได้แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าจำเลยว่าจ้างนายธรรมนูญ พงษ์พิบูลย์ ตัดต้นไม้ในที่ดินของจำเลย วันเกิดเหตุนายธรรมนูญกับพวกตัดต้นไม้ด้วยความประมาทเลินเล่อต้นไม้ล้มพาดสายไฟฟ้าแรงสูงในที่ดินของโจทก์เป็นเหตุให้เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในโรงงานของโจทก์ได้รับความเสียหาย ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกมีว่า จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ จำเลยนำสืบว่า เมื่อเดือนมิถุนายน 2541 จำเลยได้ว่าจ้างผู้รับเหมาให้ซ่อมแซมหลังคา ท่อน้ำทิ้ง ขุดบ่อพักน้ำ และตัดต้นไม้ มีผู้เสนอราคา 2 ราย จำเลยตกลงว่าจ้างนายธรรมนูญ ในการตัดต้นไม้ จำเลยตกลงกับนายธรรมนูญว่าให้ตัดทอนเป็นท่อน ๆ จากยอดแล้วใช้เชือกผูกหย่อนลงมา ไม่ให้ตัดทีเดียวทั้งต้น โดยมีนายชูเกียรติ เสณีตันติกุล อดีตผู้จัดการโรงงานของจำเลย และนายประทิน ไม่ทราบชื่อสกุล หัวหน้าช่างซ่อมบำรุงทั่วไปของจำเลยเป็นผู้ควบคุมการตัดต้นไม้ แต่ในวันเกิดเหตุบุคคลทั้งสองไม่ได้อยู่คอยควบคุม นายธรรมนูญตัดต้นไม้ที่โคนต้นเป็นเหตุให้ต้นไม้ล้มลงเกิดความเสียหายแก่โจทก์ เห็นว่า การที่จำเลยเป็นผู้กำหนดวิธีการให้ผู้รับจ้างตัดต้นไม้ และให้นายชูเกียรติกับนายประทินควบคุมดูแลการตัดต้นไม้ตลอดเวลา แต่ในวันเกิดเหตุกลับไม่มีผู้ใดควบคุม และตามนามบัตรของนายธรรมนูญท้ายหนังสือประเมินราคาเอกสารหมาย ล.2 ปรากฏว่านายธรรมนูญประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างต่อเติมอาคารโรงงาน งานเฟอร์นิเจอร์ และงานก่อสร้างทุกชนิดหาได้มีความรู้ความชำนาญในการตัดต้นไม้ไม่ ดังนี้ การที่ผู้รับจ้างไม่มีความรู้ความชำนาญในการตัดต้นไม้ที่จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สิ่งก่อสร้างข้างเคียงหรือไม่ยอมทำตามวิธีการที่ถูกต้อง พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือในคำสั่งที่ผู้ว่าจ้างให้ไว้หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428 ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 845,353.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นฎีกา โจทก์ไม่ได้แก้ฎีกา จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 390/2550 บริษัทเอเซียมาร์เบิล จำกัด โจทก์ บริษัทไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเอเซียมาร์เบิล จำกัด · จำเลย - บริษัทไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรศักดิ์ สุวรรณประกร · รัตน กองแก้ว · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4893/2533ฎีกา 1882/2542ฎีกา 2335/2551ฎีกา 5538/2536ฎีกา 7818/2538ฎีกา 368/2518ฎีกา 1289/2522ฎีกา 3057/2530ฎีกา 2077/2542ฎีกา 18527/2555ฎีกา 851/2522ฎีกา 551/2540ฎีกา 1999/2538ฎีกา 2134/2532ฎีกา 940/2501ฎีกา 80/2488ฎีกา 986/2541ฎีกา 963/2535ฎีกา 4269/2565ฎีกา 1942/2543ฎีกา 7965/2568ฎีกา 7273/2537ฎีกา 118/2528ฎีกา 4129/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา