⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4268/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4268/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาลให้ถูกต้องครบถ้วน แม้จะมีการดัดแปลงสิ่งปลูกสร้างที่ต้องรื้อถอนให้มีสภาพที่สะดวกต่อการใช้ประโยชน์ ก็หาทำให้สิ่งปลูกสร้างนั้นพ้นจากการถูกบังคับคดีตามคำพิพากษาไม่

ย่อคำพิพากษา

ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 2 เปิดถนนภาระจำยอม และทำให้อยู่ในสภาพใช้ได้สะดวก เมื่อจำเลยที่ 2 มิได้มีเจตนาสร้างเสาไฟฟ้าพิพาทขึ้นเพื่อประโยชน์ในการใช้ถนนภาระจำยอมมาตั้งแต่แรก แต่มีสภาพเป็นเสารองรับน้ำหนักโครงหลังคาซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ปลูกอยู่บนถนนภาระจำยอมและจำเลยที่ 2 ต้องรื้อถอนออกไปทั้งหมดตามคำพิพากษา การที่จำเลยที่ 2 รื้อถอนเฉพาะโครงหลังคา ส่วนเสารองรับน้ำหนักมิได้รื้อถอนออกไปด้วยจึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาลให้ถูกต้องครบถ้วน แม้จำเลยที่ 2 จะดัดแปลงเสาดังกล่าวให้มีสภาพเป็นเสาไฟฟ้าเพื่อประโยชน์ในการใช้ถนนภาระจำยอม และที่ตั้งของเสามิได้กีดขวางการใช้ถนนภาระจำยอม หรือไม่ทำให้เสื่อมความสะดวกในการใช้ถนนภาระจำยอมก็หาทำให้เสาดังกล่าวพ้นจากการถูกบังคับคดีไม่ โจทก์จึงขอให้บังคดีโดยให้รื้อถอนเสาไฟฟ้าพิพาทออกไปจากถนนภาระจำยอมตามคำพิพากษาได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามเปิดถนนภาระจำยอมโดยรื้อถอนโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง แผงร้านค้าคอนกรีต และสิ่งกีดขวางต่างๆ ออกไปจากถนนภาระจำยอมในที่ดินโฉนดเลขที่ 31569 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และทำให้ถนนภาระจำยอมอยู่ในสภาพใช้ได้สะดวกกับห้ามมิให้จำเลยทั้งสามกระทำการใดๆ บนถนนจนเกิดความไม่สะดวกในการใช้ ศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดีให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น วันที่ 16 มกราคม 2546 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 2 ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาลแล้ว แต่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการรื้อถอนเสาไฟฟ้าที่ปักให้แสงสว่างอยู่สองข้างถนน ซึ่งฟ้องโจทก์ไม่ได้กล่าวอ้างถึงเสาไฟฟ้าดังกล่าวและเสาไฟฟ้าดังกล่าวมิใช่สิ่งปลูกสร้างตามคำพิพากษาและไม่ได้กีดขวางการใช้ถนนของโจทก์ แต่เป็นเสาไฟฟ้าที่มีประโยชน์เพื่อความสะดวกแก่การใช้ถนนของบุคคลทั่วไปรวมทั้งโจทก์ ทั้งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1387 ก็กำหนดให้เจ้าของทรัพย์จำต้องรับกรรมบางอย่างหรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันเกี่ยวกับภาระจำยอมเท่านั้น เจ้าของภารยทรัพย์คงมีสิทธิใช้สอยทางภาระจำยอมพิพาท จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรื้อถอนเสาไฟฟ้าดังกล่าว โจทก์ที่ 1 และที่ 4 ยื่นคำคัดค้านว่า เสาไฟฟ้าพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของเสาบ้านและเสาอาคารที่จำเลยที่ 2 ยังรื้อถอนไม่เสร็จ จำเลยที่ 2 เอาดวงไฟและสายไฟไปติดตั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า โจทก์ขอให้บังคับคดีโดยการรื้อถอนเสาไฟฟ้าพิพาทได้หรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของที่ดินที่ถนนภาระจำยอมตั้งอยู่ จำเลยที่ 2 ย่อมมีสิทธิทำการทุกอย่างอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ถนนภาระจำยอม แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางหรือทำให้ประโยชน์ในการใช้ถนนภาระจำยอมของโจทก์ที่ 1 และที่ 4 ลดไปหรือเสื่อมความสะดวกในการใช้ การที่จำเลยที่ 2 เปลี่ยนสภาพเสาทั้ง 12 ต้น ให้เป็นเสาไฟฟ้า เพื่อประโยชน์ในการใช้ถนนภาระจำยอมจึงเป็นสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายที่จำเลยที่ 2 สามารถทำได้ และเสาไฟฟ้าพิพาทก็ตั้งอยู่สองข้างถนนภาระจำยอมซึ่งกว้างประมาณ 20 เมตร เสาไฟฟ้าพิพาทจึงมิใช่สิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางขัดขวาง หรือทำให้ประโยชน์การใช้ถนนภาระจำยอมของโจทก์ที่ 1 และที่ 4 รวมทั้งบุคคลอื่นลดไปหรือเสื่อมความสะดวกในการใช้ แต่เสาไฟฟ้าดังกล่าวก่อให้เกิดแสงสว่างอันเป็นประโยชน์แก่บุคคลที่ใช้ถนนภาระจำยอม หากต้องรื้อถอนเสาไฟฟ้าพิพาทออกไปจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลที่ใช้ถนนภาระจำยอม และเป็นการบังคับคดีที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เสาไฟฟ้าพิพาทจึงไม่อยู่ภายใต้การบังคับคดีนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 2 เปิดถนนภาระจำยอมโดยให้รื้อถอนโรงเรียนสิ่งปลูกสร้าง แผงร้านค้าคอนกรีต และสิ่งกีดขวางต่างๆ ออกไปจากถนนภาระจำยอม และทำให้ถนนภาระจำยอมอยู่ในสภาพใช้ได้สะดวก ห้ามมิให้จำเลยที่ 2 กระทำการใดๆ บนถนนจนเกิดความไม่สะดวกในการใช้ ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า เสาไฟฟ้าพิพาทมิใช่เสาไฟฟ้าที่จำเลยที่ 2 เจตนาสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ในการใช้ถนนภาระจำยอมมาตั้งแต่แรก แต่เสาไฟฟ้าดังกล่าวเดิมมีสภาพเป็นเสารองรับน้ำหนักโครงหลังคาซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ปลูกอยู่บนถนนภาระจำยอมและจำเลยที่ 2 ต้องรื้อถอนออกไปทั้งหมดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น การที่จำเลยที่ 2 รื้อถอนเฉพาะแต่โครงหลังคาออกไป ส่วนเสารองรับน้ำหนักมิได้รื้อถอนออกไปด้วยจึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาลชั้นต้นให้ถูกต้องครบถ้วน แม้จำเลยที่ 2 จะดัดแปลงเสาดังกล่าวให้มีสภาพเป็นเสาไฟฟ้าเพื่อประโยชน์ในการใช้ถนนภาระจำยอม และที่ตั้งของเสามิได้กีดขวางการใช้ถนนภาระจำยอม หรือไม่ทำให้เสื่อมความสะดวกในการใช้ถนนภาระจำยอมก็หาทำให้เสาดังกล่าวพ้นจากการถูกบังคับคดีไม่ โจทก์จึงชอบที่จะขอให้บังคับคดีโดยให้รื้อถอนเสาไฟฟ้าพิพาทออกไปจากถนนภาระจำยอมตามคำพิพากษาได้ กรณีมิใช่การบังคับคดีที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4268/2550 นายเจษดา พงษ์นุ่มกุล กับพวก โจทก์ บริษัท กรนพเก้าการเคหะ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเจษดา พงษ์นุ่มกุล กับพวก · จำเลย - บริษัท กรนพเก้าการเคหะ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระชาติ เอี่ยมประไพ · เรวัตร อิศราภรณ์ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1506/2542ฎีกา 171/2513ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 1368/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 1388/2500ฎีกา 3781/2545ฎีกา 684/2488ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1427/2514ฎีกา 403/2530ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1485/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา