⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5725/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5725/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจอายัดเงินที่ลูกหนี้มีสิทธิได้รับจากบุคคลภายนอกได้ และธนาคารผู้รับหนังสืออายัดมีหน้าที่อายัดและส่งมอบเงินตามคำสั่ง หากธนาคารไม่ปฏิบัติตาม ศาลต้องไต่สวนข้อเท็จจริงให้ปรากฏก่อนวินิจฉัยชี้ขาด

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ยึดอายัดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีอำนาจอายัดเงินที่จำเลยทั้งสองมีสิทธิจะได้รับจากบุคคลภายนอกได้ ดังนั้น เมื่อธนาคาร ท. ได้รับหนังสืออายัดเงินฝากบัญชีของจำเลยทั้งสองจากเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้วไม่คัดค้าน ถือว่าการอายัดมีผลเป็นการอายัดเงินฝากของจำเลยทั้งสองที่ฝากอยู่ที่ธนาคาร ท. ทุกสาขาและทุกบัญชี ธนาคาร ท. จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งอายัดโดยการอายัดและส่งเงินที่มีอยู่ในบัญชีเงินฝากของจำเลยทั้งสองทุกบัญชีที่จำเลยทั้งสองมีสิทธิเบิกจากธนาคารซึ่งรวมทั้งที่มีชื่อในบัญชีร่วมกับบุคคลอื่นด้วยให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายในเวลาที่กำหนดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 311 วรรคท้าย การที่ธนาคาร ท. ไม่อายัดและส่งเงินฝากที่จำเลยที่ 2 มีชื่อร่วมกับบุคคลอื่นจนได้รับหนังสือยืนยันการอายัดและส่งเงินที่เหลือในบัญชีหลังจากได้รับหนังสืออายัดครั้งแรกเป็นเวลาถึง 4 เดือน นั้น เป็นการไม่ปฏิบัติตามหนังสือแจ้งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดี เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนโดยอ้างว่าผู้แทนโจทก์แถลงว่า ขณะที่ธนาคาร ท. ได้รับหนังสืออายัด จำเลยที่ 2 มีเงินอยู่ในบัญชีประมาณ 2,000,000 บาท ซี่งหากเป็นความจริงธนาคาร ท. จะต้องส่งเงินตามหนังสืออายัดจนครบจำนวนที่อายัดไว้จำนวน 1,038,609 บาท แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี หรือถ้าได้ข้อเท็จจริงเป็นประการอื่นก็ให้มีคำสั่งไปตามรูปคดี เช่นนี้ การที่ศาลชั้นต้นไม่ไต่สวนข้อเท็จจริงให้ปรากฏชัดว่า ขณะธนาคาร ท. ได้รับหนังสือแจ้งอายัด จำเลยทั้งสองมีเงินฝากอยู่ในบัญชีเงินฝากที่ธนาคารจำนวนเท่าใดและเป็นความจริงดังที่โจทก์แถลงหรือไม่ก่อน กลับด่วนวินิจฉัยว่า ธนาคาร ท. ปฏิบัติตามคำสั่งอายัดแล้ว ให้ยกคำขอของเจ้าพนักงานบังคับคดีนั้นไม่ชอบ จึงเห็นสมควรให้ศาลชั้นต้นไต่สวนว่าเป็นความจริงดังที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอ้างหรือไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.311 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.312

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 794,740.49 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 730,465.97 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ต่อมาศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อยึดอายัดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสอง และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีหนังสืออายัดเงินฝากของจำเลยทั้งสองที่อยู่ในบัญชีเงินฝากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นเงินจำนวน 1,038,609 บาท ตามหนังสือลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2545 เมื่อธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้รับหนังสืออายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้วแจ้งว่ามีบัญชีเงินฝากออกทรัพย์และบัญชีเงินฝากเดินสะพัดชื่อบัญชีจำเลยที่ 2 อยู่ที่สาขาพระราม 9 รวม 2 บัญชี และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาพระราม 9 ได้แจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 ที่สาขาพระราม 9 คงเหลือเงินจำนวน 692.14 บาท แล้วส่งเงินดังกล่าวมาให้เจ้าพนักงานบังคับคดี ส่วนบัญชีเงินฝากที่จำเลยที่ 2 มีชื่อร่วมกับบุคคลอื่นธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) แจ้งว่าไม่ได้อายัด เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมีหนังสือยืนยันขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) อายัดเงินฝากที่จำเลยทั้งสองมีชื่อในบัญชีเงินฝากพร้อมกับบุคคลอื่นด้วย และให้ส่งเงินให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาพระราม 9 จึงส่งเงินฝากในบัญชีที่จำเลยที่ 2 มีชื่อร่วมกับบุคคลอื่นจำนวน 430,944.30 บาท ให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือขอให้ศาลชั้นต้นเรียกกรรมการผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) มาไต่สวนอ้างว่า นับแต่ธนาคารได้รับหนังสือแจ้งอายัดเงินเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2545 จำเลยที่ 2 มีเงินอยู่ในบัญชีประมาณ 2,000,000 บาท การที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ไม่ส่งเงินตามหนังสืออายัดเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ค่าแห่งสิทธิเรียกร้องซึ่งอายัดไว้ต้องเสื่อมเสียไปเพราะความผิดของธนาคาร และบังคับคดีให้ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ส่งเงินตามหนังสือแจ้งอายัด ศาลชั้นต้นสอบผู้รับมอบอำนาจกรรมการผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เจ้าพนักงานบังคับคดีและโจทก์แล้วมีคำสั่งว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ปฏิบัติตามคำสั่งอายัดแล้ว หากการที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ไม่อายัดเงินที่มีอยู่ในบัญชีของจำเลยที่ 2 ร่วมกับบุคคลอื่นในขณะที่มีคำสั่งอายัดครั้งแรก ทำให้ค่าแห่งสิทธิเรียกร้องซึ่งอายัดไว้ต้องเสื่อมเสียเพราะความผิดของธนาคารก็เป็นเรื่องที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องไปฟ้องเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากจะบังคับในคดีไม่ได้ และไม่อาจบังคับให้ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ส่งเงินที่เหลือให้เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ ให้ยกคำขอของเจ้าพนักงานบังคับคดี โจทก์อุทธรณ์ข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการแรกว่าธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้ปฏิบัติตามคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ยึดอายัดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีอำนาจอายัดเงินที่จำเลยทั้งสองมีสิทธิจะได้รับจากบุคคลภายนอกได้ ดังนั้น เมื่อธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้รับหนังสืออายัดเงินฝากบัญชีของจำเลยทั้งสองจากเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้วไม่คัดค้านถือว่าการอายัดมีผลเป็นการอายัดเงินฝากของจำเลยทั้งสองที่ฝากอยู่ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาและทุกบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งอายัดโดยการอายัดและส่งเงินที่มีอยู่ในบัญชีเงินฝากของจำเลยทั้งสองทุกบัญชีที่จำเลยทั้งสองมีสิทธิเบิกจากธนาคารซึ่งรวมทั้งที่มีชื่อในบัญชีร่วมกับบุคคลอื่นด้วยให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายในเวลาที่กำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 311 วรรคท้าย การที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ไม่อายัดและส่งเงินฝากที่จำเลยที่ 2 มีชื่อร่วมกับบุคคลอื่นจนได้รับหนังสือยืนยันการอายัดและส่งเงินที่เหลือในบัญชีหลังจากได้รับหนังสืออายัดครั้งแรกเป็นเวลาถึง 4 เดือน นั้น เป็นการไม่ปฏิบัติตามหนังสือแจ้งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดี เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนโดยอ้างว่าผู้แทนโจทก์แถลงว่าขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้รับหนังสืออายัดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2545 จำเลยที่ 2 มีเงินอยู่ในบัญชีประมาณ 2,000,000 บาท ซึ่งหากเป็นความจริงธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จะต้องส่งเงินตามหนังสืออายัดจนครบจำนวนที่อายัดไว้จำนวน 1,038,609 บาท แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี หรือถ้าได้ข้อเท็จจริงเป็นประการอื่นก็ให้มีคำสั่งไปตามรูปคดี เช่นนี้ การที่ศาลชั้นต้นไม่ไต่สวนข้อเท็จจริงให้ปรากฏชัดว่าขณะธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้รับหนังสือแจ้งอายัดจำเลยทั้งสองมีเงินฝากอยู่ในบัญชีเงินฝากที่ธนาคารจำนวนเท่าใดและเป็นความจริงดังที่โจทก์แถลงหรือไม่ก่อน กลับด่วนวินิจฉัยว่าธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ปฏิบัติตามคำสั่งอายัดแล้ว ให้ยกคำขอของเจ้าพนักงานบังคับคดีนั้นไม่ชอบ จึงเห็นสมควรให้ศาลชั้นต้นไต่สวนว่าเป็นความจริงดังที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอ้างหรือไม่ ส่วนอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์ไม่จำต้องวินิจฉัย พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนข้อเท็จจริงตามหนังสือของเจ้าพนักงานบังคับคดีลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2546 หากมีเงินฝากของจำเลยที่ 2 ครบตามจำนวนที่แจ้งอายัดก็ให้มีคำสั่งให้ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ส่งเงินให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีจนครบตามจำนวนที่แจ้งอายัด แต่ถ้าได้ความเป็นประการอื่นก็ให้พิจารณาสั่งตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่งใหม่แล้ว. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5725/2550 บริษัทเอ็ม.วี.พี. มาร์เก็ตติ้ง จำกัด โจทก์ บริษัทคอน-ไซน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเอ็ม.วี.พี. มาร์เก็ตติ้ง จำกัด · จำเลย - บริษัทคอน-ไซน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ ทาวุฒิ · จรัส พวงมณี · พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายณัฐนันท์ ดุลดำเกิง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1773/2536ฎีกา 621/2514ฎีกา 4306/2528ฎีกา 959/2537ฎีกา 1590/2503ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 3149/2532ฎีกา 3729/2552ฎีกา 2555/2523ฎีกา 3283/2549ฎีกา 2094-2095/2526ฎีกา 2202/2554ฎีกา 5478/2534ฎีกา 1282/2482ฎีกา 764/2551ฎีกา 6083/2553ฎีกา 7211/2547ฎีกา 2944/2536ฎีกา 6690/2540ฎีกา 5561-5567/2530ฎีกา 1673-1674/2545ฎีกา 1602/2542ฎีกา 9722/2539ฎีกา 6392/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา