⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6424/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6424/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่อาจเป็นการละเมิดซ้ำหรือต่อเนื่องจากการถูกฟ้องร้อง อาจเป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาได้ และผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและสิ่งก่อสร้างออกจากที่ดินพิพาท และคืนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ในสภาพไม่มีสิ่งปลูกสร้างและวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท การที่จำเลยเข้าไปดำเนินการก่อสร้างอาคารในที่ดินพิพาทหลังจากที่โจทก์ยื่นคำฟ้องแล้ว ย่อมเป็นการกระทำซ้ำหรือกระทำต่อไป ซึ่งการละเมิดที่ถูกฟ้องร้อง อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ได้ หากศาลพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี กรณีจึงมีเหตุสมควรและเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตาม ป.วิ.พ. 254 (2) มาใช้โดยห้ามชั่วคราวมิให้จำเลยและบริวารดำเนินการก่อสร้างอาคารในที่ดินพิพาทจนกว่าจะถึงที่สุดได้ ตามคำขอของโจทก์มีเหตุสมควรและเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษามาใช้ หากจำเลยได้รับความเสียหายจำเลยก็มีสิทธิที่จะว่ากล่าวเอาแก่โจทก์ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 263 เมื่อโจทก์เป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373 ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตตามคำขอของโจทก์โดยไม่สั่งให้โจทก์นำเงินหรือหาประกันมาวางตามมาตรา 257 วรรคท้าย จึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.257

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างพร้อมคืนที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 4956 ด้านทิศตะวันออก เนื้อที่ 1 ไร่เศษ แก่โจทก์ในสภาพไม่มีสิ่งปลูกสร้างและวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทและโจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวว่า จำเลยกำลังปรับพื้นที่เพื่อก่อสร้างอาคารเรียนในที่ดินดังกล่าว อันจะทำให้โจทก์เดือดร้อนและเสียหาย เพราะหากโจทก์ชนะคดีก็จำต้องรื้อทำลายทั้งจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินโดยใช่เหตุ ขอให้มีคำสั่งห้ามจำเลยกระทำการดังกล่าวชั่วคราวก่อนพิพากษา จำเลยยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้จำเลยและบริวารหยุดการก่อสร้างอาคารในที่ดินโฉนดเลขที่ 4956 ตำบลตลาดจันทบุรี อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี ด้านทิศตะวันออก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 4956 ตำบลตลาดจันทบุรี อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี เนื้อที่ 23 ไร่ 1 งาน 36 ตารางวา โรงเรียนจำเลยอยู่ในที่ดินพิพาทในโฉนดที่ดินดังกล่าว จำเลยจะปลูกสร้างอาคารในที่ดินพิพาทส่วนที่เหลือเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ โจทก์ไม่ยินยอมจึงนำคดีมาฟ้อง ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า มีเหตุสมควรและเพียงพอที่จะนำวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษามาใช้ตามคำขอของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและสิ่งก่อสร้างออกจากที่ดินพิพาท และคืนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ในสภาพไม่มีสิ่งปลูกสร้างและวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท จำเลยยื่นคำคัดค้านว่า ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย โฉนดที่ดินของโจทก์ออกโดยไม่ถูกต้อง คดีจึงมีประเด็นข้อพิพาทว่าฝ่ายใดเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท ซึ่งคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นโดยยังไม่มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นดังกล่าว การที่จำเลยเข้าไปดำเนินการก่อสร้างอาคารในที่พิพาทหลังจากที่โจทก์ยื่นคำฟ้องแล้ว ย่อมเป็นการกระทำซ้ำหรือกระทำต่อไป ซึ่งการละเมิดที่ถูกฟ้องร้อง อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ได้ หากศาลพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี กรณีจึงมีเหตุสมควรและเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (2) มาใช้ โดยห้ามชั่วคราวมิให้จำเลยและบริวารดำเนินการก่อสร้างอาคารในที่ดินพิพาทจนกว่าคดีจะถึงที่สุดได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า หากศาลอนุญาตตามคำขอของโจทก์ จะทำให้การก่อสร้างอาคารของจำเลยต้องเนิ่นช้าออกไปเป็นที่เสียหาย จึงชอบที่จะยกคำขอของโจทก์หรือสั่งให้โจทก์นำเงินหรือหาประกันมาวางนั้น เห็นว่า ตามคำขอของโจทก์มีเหตุสมควรและเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษามาใช้ โจทก์ก็ชอบที่จะได้รับความคุ้มครองตามสิทธิที่มีอยู่ หากจำเลยได้รับความเสียหาย จำเลยก็มีสิทธิที่จะว่ากล่าวเอาแก่โจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 263 เมื่อโจทก์เป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1373 ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตตามคำขอของโจทก์โดยไม่สั่งให้โจทก์นำเงินหรือหาประกันมาวางตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 257 วรรคท้าย จึงชอบแล้ว" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6424/2550 วัดกลาง โจทก์ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดนนทบุรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดกลาง · จำเลย - โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดนนทบุรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เรวัตร อิศราภรณ์ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล · วีระชาติ เอี่ยมประไพ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 9028/2542ฎีกา 2387/2525ฎีกา 3801/2536ฎีกา 6027/2534ฎีกา 952/2539ฎีกา 920/2524ฎีกา 1109/2510ฎีกา 2381/2530ฎีกา 483/2519ฎีกา 1068/2522ฎีกา 2177/2543ฎีกา 8200/2567ฎีกา 247/2525ฎีกา 1343/2538ฎีกา 2929/2517ฎีกา 2724/2541ฎีกา 1634/2526ฎีกา 6619/2545ฎีกา 558/2528ฎีกา 3883-3884/2559ฎีกา 327/2522ฎีกา 176/2494ฎีกา 1001/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา