⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7429/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7429/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องทุกข์แทนผู้เสียหายซึ่งเป็นนิติบุคคลโดยผู้มีอำนาจกระทำการแทนตามหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ถือว่าเป็นการร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว แม้จะมิได้ประทับตราสำคัญของผู้เสียหายก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ปัญหาเรื่องผู้เสียหายร้องทุกข์โดยชอบหรือไม่เป็นเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงฯ มาตรา 4 ในบันทึกคำให้การของผู้ร้องทุกข์ ซึ่งเป็นคำร้องทุกข์มีข้อความระบุอย่างชัดแจ้งว่า พ. ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้เสียหาย มิใช่ในฐานะส่วนตัว การร้องทุกข์แทนผู้เสียหายซึ่งเป็นนิติบุคคลจะต้องทำให้ถูกต้องตามข้อบังคับของผู้เสียหายที่ได้จดทะเบียนไว้ ตามหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของผู้เสียหายระบุว่า พ. เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแต่เพียงผู้เดียวและไม่มีข้อจำกัดอำนาจหุ้นส่วนผู้จัดการว่าหากจะกระทำแทนผู้เสียหายจะต้องใช้ตราสำคัญของผู้เสียหายประทับด้วย ดังนั้น พ. จึงมีอำนาจดำเนินการหรือร้องทุกข์แทนผู้เสียหายได้โดยไม่จำต้องใช้ตราสำคัญของผู้เสียหายประทับลงในช่องลายมือชื่อผู้กล่าวหาในบันทึกคำให้การของผู้ร้องทุกจ์ด้วย ถือได้ว่า พ. ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแทนผู้เสียหายโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วพนักงานสอบสวนย่อมมีอำนาจสอบสวนและพนักงานอัยการโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.5 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 นับโทษจำเลยต่อกับโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4140/2542, 4141/2542, 10631/2541 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6841/2540 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (1) (2) จำคุก 2 เดือน และให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4141/2542 ของศาลชั้นต้น ส่วนโจทก์ของให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 10631/2541, 4140/2540 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6841/2540 ของศาลชั้นต้น ไม่อาจนับโทษต่อให้ได้เนื่องจากคดีดังกล่าวศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาจึงให้ยกคำขอในส่วนนี้เสีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นที่ยุติว่า วันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยออกเช็คพิพาทสั่งจ่ายเงินจำนวน 80,000 บาท ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเวิรด์แอร์มาร์เก็ตติ้งผู้เสียหายซึ่งมีนางพรพรรษา พุ่มเพ็ชร เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เพื่อชำระราคาเครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง ที่จำเลยซื้อไปจากผู้เสียหาย เมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนดสั่งจ่ายผู้เสียหายนำไปเรียกเก็บเงินปรากฏว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ตามใบคืนเช็ค หลังจากนั้นนางพรพรรษาไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชยเขต 1 ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คตามบันทึกคำให้การของผู้ร้องทุกข์ โดยนางพรพรรษามิได้นำตราสำคัญของห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้เสียหายไปประทับลงในช่องลายมือชื่อผู้กล่าวหาในบันทึกคำให้การของผู้ร้องทุกข์ดังกล่าว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่านางพรพรรษาเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้เสียหายจึงมีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5 (3) นางพรพรรษาย่อมมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแทนผู้เสียหายได้ และการร้องทุกข์ไม่ชอบเป็นข้อที่จำเลยมิได้อุทธรณ์และเป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นทั้งมิได้เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย การที่ศาลอุทธรณ์ยกเรื่องนี้ขึ้นมาวินิจฉัยจึงไม่ชอบ เห็นว่า ปัญหาเรื่องผู้เสียหายร้องทุกข์โดยชอบหรือไม่เป็นเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ในบันทึกคำให้การของผู้ร้องทุกข์ ซึ่งเป็นคำร้องทุกข์มีข้อความระบุอย่างชัดแจ้งว่า นางพรพรรษาร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของผู้เสียหาย มิใช่ในฐานะส่วนตัว การร้องทุกข์แทนผู้เสียหายซึ่งเป็นนิติบุคคลจะต้องทำให้ถูกต้องตามข้อบังคับของผู้เสียหายที่ได้จดทะเบียนไว้ตามหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของผู้เสียหายระบุว่า นางพรพรรษาเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแต่เพียงผู้เดียวและไม่มีข้อจำกัดอำนาจหุ้นส่วนผู้จัดการว่าหากจะกระทำแทนผู้เสียหายจะต้องใช้ตราสำคัญของผู้เสียหายประทับด้วย ดังนั้น นางพรพรรษาจึงมีอำนาจดำเนินการหรือร้องทุกข์แทนผู้เสียหายได้โดยไม่จำต้องใช้ตราสำคัญของผู้เสียหายประทับลงในช่องลายมือชื่อผู้กล่าวหาในบันทึกคำให้การของผู้ร้องทุกข์ด้วย ถือได้ว่านางพรพรรษาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแทนผู้เสียหายโดยชอชด้วยกฎหมายแล้ว พนักงานสอบสวนย่อมมีอำนาจสอบสวนและพนักงานอัยการโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยให้เหตุผลว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7429/2550 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางศิริลักษณ์ มีสมยา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นางศิริลักษณ์ มีสมยา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร · จรัส พวงมณี · สถิตย์ ทาวุฒิ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6635/2551ฎีกา 99/2541ฎีกา 8903/2553ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 618/2568ฎีกา 664/2520ฎีกา 3593/2529ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 6505/2555ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551ฎีกา 3310/2541ฎีกา 472/2539ฎีกา 1813/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ