⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7674/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7674/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่สามีภรรยาซึ่งเป็นเจ้าของสินสมรสร่วมกันฝ่ายหนึ่งได้ขายฝากสินสมรสนั้น แม้คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งจะมิได้ให้ความยินยอม แต่หากศาลยังมิได้มีคำพิพากษาเพิกถอนนิติกรรมการขายฝากนั้น นิติกรรมดังกล่าวย่อมมีผลผูกพันคู่สมรสทั้งสองฝ่าย และผู้รับซื้อฝากย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้ขายฝากและบริวารออกจากทรัพย์สินที่ขายฝากได้

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลย จำเลยขายฝากที่ดินพิพาทไว้กับโจทก์โดยผู้ร้องไม่ได้ให้ความยินยอม แต่เมื่อศาลยังไม่ได้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลย ที่ดินพิพาทก็ยังคงเป็นของโจทก์อยู่ โจทก์ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารซึ่งรวมถึงผู้ร้องออกไปจากที่ดินพิพาทได้ กรณีจึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีอำนาจพิเศษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จัตวา (3) ที่จะอยู่ในที่ดินพิพาทต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากคดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย ศาลชั้นต้นรวมการพิจารณาคดีนี้เข้ากับคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 629/2544 ของศาลชั้นต้น ซึ่งจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลย ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยในคดีนี้และบริวารออกไปจากที่ดินที่พิพาทในโฉนดเลขที่ 7555 ตำบลกาบิน อำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานี กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 15,000 บาท ต่อปี นับแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินที่พิพาท คำขออื่นให้ยก ให้ยกฟ้องจำเลย (ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 629/2544) กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 6,000 บาท คู่ความมิได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีจึงถึงที่สุด โจทก์ได้ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปปิดประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อขับไล่จำเลยและบริวาร ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นสามีจำเลย ที่ดินที่พิพาทเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องจำเลย จำเลยขายฝากที่ดินที่พิพาทไว้กับโจทก์โดยผู้ร้องไม่ได้ให้ความยินยอมนิติกรรมการขายฝากดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำสั่งว่า ผู้ร้องมิใช่บริวารของจำเลย โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ที่ดินพิพาทเป็นสินส่วนตัวของจำเลยผู้ร้องเป็นเพียงบริวารของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ร้องเป็นสามีจำเลย จำเลยขายฝากที่ดินที่พิพาทไว้กับโจทก์โดยผู้ร้องไม่ได้ให้ความยินยอม ต่อมาจำเลยไม่ได้ไถ่ถอนที่ดินที่พิพาทภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาขายฝากแต่ไม่ยอมออกไปจากที่ดินที่พิพาท โจทก์จึงยื่นฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินที่พิพาท ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินที่พิพาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่า ที่ดินที่พิพาทที่จำเลยขายฝากไว้กับโจทก์เป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลย จำเลยทำนิติกรรมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ร้อง นิติกรรมการขายฝากระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงไม่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1480 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ว่า "การจัดการสินสมรสซึ่งต้องจัดการร่วมกัน หรือต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งตามมาตรา 1476 ถ้าคู่สมรสฝ่ายหนึ่งทำนิติกรรมไปแต่เพียงฝ่ายเดียว หรือโดยปราศจากความยินยอมของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งอาจฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ เว้นแต่คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบันแก่นิติกรรมนั้นแล้ว..." ดังนั้น แม้จะฟังว่าที่ดินที่พิพาทเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลย แต่เมื่อศาลยังไม่ได้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากที่ดินที่พิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลย ที่ดินที่พิพาทก็ยังคงเป็นของโจทก์อยู่ โจทก์ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารซึ่งรวมถึงผู้ร้องออกไปจากที่ดินที่พิพาทได้ กรณีจึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีอำนาจพิเศษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จัตวา (3) ที่จะอยู่ในที่ดินที่พิพาทต่อไป สำหรับที่ผู้ร้องฎีกาในทำนองว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องโดยไม่ไต่สวนพยานหลักฐานก่อนเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในสำนวนเพียงพอแก่การวินิจฉัยคำร้องแล้ว ศาลชั้นต้นก็ชอบที่จะนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาฟังเพื่อวินิจฉัยประเด็นตามคำร้องได้ คำสั่งศาลชั้นต้นที่งดไต่สวนพยานแล้ววินิจฉัยว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยจึงชอบแล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7674/2550 นางสาวตั้น พาเชื้อ โจทก์ นายเลียง เครือคำ ผู้ร้อง นางบัวเรียน เครือคำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวตั้น พาเชื้อ · ผู้ร้อง - นายเลียง เครือคำ · จำเลย - นางบัวเรียน เครือคำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · เรวัตร อิศราภรณ์ · วีระชาติ เอี่ยมประไพ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 874/2532ฎีกา 771/2508ฎีกา 3544/2542ฎีกา 6868/2541ฎีกา 7419/2543ฎีกา 2896/2525ฎีกา 5393/2542ฎีกา 3487/2542ฎีกา 2953/2538ฎีกา 1171/2543ฎีกา 4433/2536ฎีกา 7556/2537ฎีกา 4046/2535ฎีกา 5191/2540ฎีกา 1039/2492ฎีกา 2027/2560ฎีกา 3775/2546ฎีกา 5345/2536ฎีกา 9607/2544ฎีกา 1376/2506ฎีกา 2910/2531ฎีกา 386-387/2505ฎีกา 139/2569ฎีกา 3788/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา