⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 789/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 789/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาตัวแทนย่อมระงับสิ้นไปเมื่อตัวการตาย แต่ทนายความยังคงมีอำนาจจัดการกิจการที่ค้างอยู่ต่อไปได้จนกว่าผู้แทนของตัวการจะสามารถจัดการแทนได้ และหากทายาทหรือผู้แทนของจำเลยที่ถึงแก่ความตายไม่เข้ามาดำเนินคดีภายในเวลาอันสมควร ศาลอาจมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความได้

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 2 แต่งตั้ง พ. ทนายความให้ว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลยที่ 2 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 60 นั้น เป็นการแต่งตั้งตัวแทนตาม ป.พ.พ. ลักษณะ 15 ว่าด้วยตัวแทน แม้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการถึงแก่ความตายไปจะเป็นผลให้สัญญาตัวแทนระงับไปก่อนที่ พ. ทนายจำเลยที่ 2 จะยื่นอุทธรณ์ก็ตาม แต่ พ. ก็ยังคงมีอำนาจและหน้าที่จัดการดำเนินคดีเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ของจำเลยที่ 2 ต่อไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 828 จนกว่าทายาทหรือผู้แทนของจำเลยที่ 2 จะอาจเข้ามาปกปักรักษาประโยชน์ของจำเลยที่ 2 ได้ อำนาจทนายความหาหมดสิ้นไปทันทีเมื่อจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายไม่ พ. จึงมีอำนาจลงนามในฐานะทนายจำเลยที่ 2 ในอุทธรณ์แทนจำเลยที่ 2 ได้ แต่เมื่อความปรากฏต่อศาลฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2542 จนถึงบัดนี้เกินกำหนด 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีผู้ใดยื่นคำขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 2 โดยไม่ปรากฏเหตุผลว่าเป็นเพราะเหตุใด จึงสมควรให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 42

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.42 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.828

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมรับผิดชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี สัญญากู้ยืมเงิน กับให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้บัตรเครดิตและฟ้องบังคับจำนองแก่ทรัพย์สินของจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้คดี ขณะคดีอยู่ระหว่างการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยที่ 1 โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 2 ยื่นคำแถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยทั้งสอง ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์เป็นกรณีพิเศษ 146,000 บาท จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ต่อมาศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2544 เวลา 9 นาฬิกาโดยในวันนัดมีทนายโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่มา ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 ซึ่งพิพากษายืนให้โจทก์ฟังโดยถือว่าจำเลยที่ 2 ได้ทราบผลคำพิพากษาดังกล่าวตามกฎหมายแล้ว ต่อมาวันที่ 3 มิถุนายน 2546 ทนายจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า การที่ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 6 ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2544 เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 เพราะการส่งหมายนัดฟังคำสั่งให้แก่ฝ่ายจำเลยที่ 2 ไม่ชอบเนื่องจากจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายไปก่อนหน้าแล้ว และที่อยู่ตามหมายนัดที่ส่งให้แก่ทนายจำเลยที่ 2 ผิด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ทนายจำเลยที่ 2 มีสิทธิลงชื่อยื่นอุทธรณ์แทนจำเลยที่ 2 หลังจากที่จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายได้หรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 แต่งตั้งนายพัฒนพงศ์ สุขโกษา ทนายความให้ว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 นั้น เป็นการแต่งตั้งตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 15 ว่าด้วยตัวแทน แม้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการถึงแก่ความตายไปจะเป็นผลให้สัญญาตัวแทนระงับไปก่อนที่นายพัฒนพงศ์ทนายจำเลยที่ 2 จะยื่นอุทธรณ์ก็ตาม แต่นายพัฒนพงศ์ก็ยังคงมีอำนาจและหน้าที่จัดการดำเนินคดีเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ของจำเลยที่ 2 ต่อไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 828 จนกว่าทายาทหรือผู้แทนของจำเลยที่ 2 จะอาจเข้ามาปกปักรักษาประโยชน์ของจำเลยที่ 2 ได้ อำนาจทนายความหาหมดสิ้นไปทันทีเมื่อจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายไม่นายพัฒนพงศ์จึงมีอำนาจลงนามในฐานะทนายจำเลยที่ 2 ในอุทธรณ์แทนจำเลยที่ 2 ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ยกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ด้วยเหตุผลที่ทนายจำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจลงชื่อในอุทธรณ์แทนจำเลยที่ 2 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ในข้อนี้ฟังขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อความปรากฏต่อศาลฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2542 จนถึงบัดนี้เกินกำหนด 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีผู้ใดยื่นคำขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ 2 โดยไม่ปรากฏเหตุผลว่าเป็นเพราะเหตุใด จึงสมควรให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42" จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 789/2550 ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายนิพนธ์ คำควร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายนิพนธ์ คำควร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญรอด ตันประเสริฐ · ชัชลิต ละเอียด · เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1596/2529ฎีกา 53/2525ฎีกา 2018/2548ฎีกา 8167/2538ฎีกา 1451/2512ฎีกา 356/2537ฎีกา 890/2503ฎีกา 282/2524ฎีกา 1572/2511ฎีกา 1575/2538ฎีกา 1114/2549ฎีกา 1390/2506ฎีกา 550/2510ฎีกา 6911/2544ฎีกา 249/2486ฎีกา 2346/2531ฎีกา 287/2504ฎีกา 286/2525ฎีกา 1170/2505ฎีกา 5675/2530ฎีกา 2681/2519ฎีกา 292/2486ฎีกา 5919/2533ฎีกา 3887/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ