⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2122/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2122/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายกเทศมนตรีมอบอำนาจให้ทนายความฟ้องคดีแทนเทศบาลเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของเทศบาลและเป็นการดำเนินการของฝ่ายบริหาร โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากสภาเทศบาล การอ้างว่าได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เทศบาลตำบลโจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีนายกเทศมนตรีเป็นผู้แทนนิติบุคคลมีอำนาจกระทำกิจการแทนโจทก์ การที่ ว. ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีมอบอำนาจให้ทนายความฟ้องจำเลยซึ่งบุกรุกที่ดินของโจทก์เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามบทบัญญัติของกฎหมาย จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของนายกเทศมนตรีเพื่อประโยชน์ของโจทก์และเป็นการดำเนินการของฝ่ายบริหาร โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากสภาเทศบาล โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย โจทก์ฟ้องขับไล่ขอบังคับให้จำเลยรื้อถอนสิ่งก่อสร้างและขนย้ายสัมภาระสิ่งของออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยครอบครองปรปักษ์ในที่ดินพิพาทเกินกว่า 10 ปี จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์แล้ว จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อทุนทรัพย์ตามฟ้องและฟ้องแย้งราคาที่ดินพิพาทไม่เกิน 200,000 บาท และที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้กรรมสิทธิในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นราชการส่วนท้องถิ่น เป็นทบวงการเมือง มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีอำนาจหน้าที่ในการจัดให้มีและบำรุงทางบกและทางน้ำรวมทั้งรักษาความสะอาดของถนนหรือทางเดินหรือที่สาธารณะ โจทก์มีคณะเทศมนตรีควบคุมและรับผิดชอบในการบริหารกิจการของโจทก์ โดยมีนายกเทศมนตรีตำบลปากท่อเป็นหัวหน้า นายวิชาญดำรงตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีตำบลปากท่อ โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 11864 ตำบลปากท่อ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เนื้อที่ 8 ตารางวาโดยได้รับการอุทิศยกให้จากนายอรรถพลหรือวิชัยเพื่อใช้ประโยชน์ในกิจการของโจทก์ หลังจากโจทก์ได้รับการอุทิศที่ดินดังกล่าวแล้ว โจทก์ได้ทำการก่อสร้างขยายเป็นถนนสาธารณประโยชน์ด้ายทิศเหนือของที่ดินโจทก์เข้ามาบริเวณที่ดินเต็มพื้นที่เพื่อใช้เป็นสถานที่จอดรถจักรยานยนต์ของประชาชนที่เดินทางมาตลาดสด หลังจากโจทก์ได้ก่อสร้างขยายเป็นถนนสาธารณประโยชน์ด้านทิศเหนือของที่ดินโจทก์เข้ามาบริเวณที่ดินเต็มพื้นที่เพื่อใช้เป็นสถานที่จอดรถจักรยานยนต์ของประชาชนที่เดินทางมาตลาดสด หลังจากโจทก์ได้ก่อสร้างขยายทางสาธารณประโยชน์เป็นสถานที่จอดรถจักรยานยนต์ของประชาชนทั่วไปแล้ว ระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม 2542 พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ตรวจสอบพบว่าจำเลยเข้ายึดถือครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 11864 ดังกล่าวเต็มพื้นที่ ด้วยการก่อสร้างคันปูนขนาดกว้างประมาณ .50 เมตร ยาวประมาณ 18 เมตร แล้วนำลังไม้ ลังเหล็กบรรจุสิ่งของ และนำสินค้าประเภทต่าง ๆ มาวางไว้ โดยจำเลยมิได้มีสิทธิครอบครองและไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่สามารถจัดสถานที่ให้ประชาชนใช้เป็นสถานที่จอดรถจักรยานยนต์ได้ โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนสิ่งก่อสร้างและเก็บสินค้าออกจากที่ดินดังกล่าวแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมรับหนังสือและเพิกเฉยไม่ยอมรื้อถอนสิ่งก่อสร้างดังกล่าวออกจากที่ดิน ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งก่อสร้างและขนย้ายสัมภาระสิ่งของออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 11864 ตำบลปากท่อ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ของโจทก์ และห้ามมิให้จำเลยเข้ายุ่งเกี่ยวกับที่ดินแปลงดังกล่าวอีก จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ยังไม่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสมาชิกสภาเทศบาลตำบลปากท่อให้ดำเนินคดีแก่จำเลย จำเลยซื้ออาคารพาณิชย์เลขที่ 526/13-14 พร้อมที่ดินจากนายอรรถพล ที่ดินพิพาทดังกล่าวอยู่ทางด้านทิศเหนือของอาคารพาณิชย์ที่จำเลยซื้อ จำเลยได้จ่ายเงิน 100,000 บาท ให้แก่นายอรรถพลเป็นค่าใช้ที่ดินพิพาท ต่อมาเดือนสิงหาคม 2532 จำเลยและบริวารเข้าอยู่อาศัยขายสินค้าต่าง ๆ ในอาคารพาณิชย์พร้อมทั้งใช้ประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยการจัดเรียงสินค้าของจำเลยเพื่อจำหน่ายแก่ลูกค้ามาโดยตลอด จำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของโดยความสงบโดยเปิดเผย และไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้านมาเกินกว่า 10 ปีแล้ว จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ นายอรรถพลไม่มีสิทธิยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ห้ามโจทก์เข้ามาเกี่ยวข้องและให้โจทก์จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนา โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า นายอรรถพลไม่เคยตกลงให้จำเลยเข้าครอบครองที่ดินพิพาท เมื่อปี 2533 นายอรรถพลนำที่ดินพิพาทมาใช้ประโยชน์สำหรับจอดรถจักรยานยนต์ที่มาซื้อของที่ตลาดโดยเก็บค่าเช่าจอดรถและได้ให้ผู้อื่นเข้ามาจำหน่ายสุกรอยู่ในที่ดินพิพาท จนกระทั่งปี 2539 จำเลยจึงเข้ามาครอบครองที่ดินพิพาท จำเลยครอบครองที่ดินดังกล่าวยังไม่ถึง 10 ปี จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างพร้อมขนย้ายสัมภาระสิ่งของออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 11864 ตำบลปากท่อ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ยกฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียมฟ้องแย้งให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 2,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติได้ว่าโจทก์เป็นราชการส่วนท้องถิ่น เป็นทบวงการเมือง มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีอำนาจหน้าที่ในการจัดให้มีและบำรุงทางบกและทางน้ำ รวมทั้งรักษาความสะอาดของถนนหรือทางเดินเรือหรือที่สาธารณะ โจทก์มีคณะเทศมนตรีควบคุมและรับผิดชอบในการบริหารกิจการของโจทก์ โดยมีนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปากท่อเป็นหัวหน้า นายวิชาญเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปากท่อ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในประการแรกว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย โดยมีนายกเทศมนตรีเป็นผู้แทนนิติบุคคลมีอำนาจกระทำกิจการแทนโจทก์ ดังนั้นการที่นายวิชาญซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีมอบอำนาจให้ทนายความฟ้องจำเลยซึ่งบุกรุกที่ดินของโจทก์เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามบทบัญญัติของกฎหมาย จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของนายกเทศมนตรีเพื่อประโยชน์ของโจทก์และเป็นการดำเนินการของฝ่ายบริหาร โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากสภาเทศบาลแต่ประการใด โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยตามกฎหมายแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น สำหรับฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่ บังคับให้จำเลยรื้อถอนสิ่งก่อสร้างและขนย้ายสัมภาระสิ่งของออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยครอบครองปรปักษ์ในที่ดินพิพาทเกินกว่า 10 ปี จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์แล้ว จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อทุนทรัพย์ตามฟ้องและฟ้องแย้งราคาที่ดินพิพาทไม่เกิน 200,000 บาท ดังนั้นที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่ได้รับรองให้ฎีกาหรือประธานศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่ได้อนุญาตให้ฎีกาเป็นหนังสือจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยข้อนี้มาเป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2122/2551 เทศบาลตำบลปากท่อ โจทก์ นางสาวลำไย ธนวรรณวิวัฒน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เทศบาลตำบลปากท่อ · จำเลย - นางสาวลำไย ธนวรรณวิวัฒน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต สุจริตกุล · สมศักดิ์ จันทรา · เอกชัย ชินณพงศ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 891/2510ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา