⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3563/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3563/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามของดะโต๊ะยุติธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 มาตรา 4 วรรคสาม เป็นอันเด็ดขาดในคดีนั้น

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับเรื่องมรดกซึ่งเกิดในจังหวัดปัตตานีและผู้ร้องเป็นอิสลามศาสนิก จึงตกอยู่ภายใต้บังคับแห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 มาตรา 3 ซึ่งให้ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกบังคับแทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และตามมาตรา 4 วรรคสองและวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติให้ดะโต๊ะยุติธรรมที่นั่งพิจารณาคดีมีอำนาจหน้าที่ในการวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามและให้คำวินิจฉัยชี้ขาดนั้นเป็นอันเด็ดขาดในคดีนั้น เมื่อดะโต๊ะยุติธรรมที่นั่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นได้ชี้ขาดในข้อกฎหมายอิสลามแล้วว่า ผู้ร้องเป็นบุคคลต้องห้ามในการเป็นผู้จัดการมรดกตามกฎหมายอิสลามและคำวินิจฉัยชี้ขาดในข้อกฎหมายอิสลามของดะโต๊ะยุติธรรมดังกล่าวเป็นอันเด็ดขาดตามมาตรา 4 วรรคสาม ผู้ร้องจึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 ม.3 พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอ ขอศาลไต่สวนคำร้องขอและมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายตุแวเลาะ ขารี ผู้ตาย ศาลประกาศนัดไต่สวนตามระเบียบแล้ว ไม่มีผู้คัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนและดะโต๊ะยุติธรรมวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามแล้วมีคำสั่งยกคำร้องขอ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องเป็นบุคคลต้องห้ามเป็นผู้จัดการมรดกตามกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับเรื่องมรดกซึ่งเกิดในจังหวัดปัตตานีและผู้ร้องเป็นอิสลามศาสนิก จึงตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 มาตรา 3 ซึ่งให้ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกบังคับแทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และตามาตรา 4 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติให้ดะโต๊ะยุติธรรมมีอำนาจหน้าที่ในการวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลาม เมื่อดะโต๊ะยุติธรรมที่นั่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นได้ชี้ขาดในข้อกฎหมายอิสลามแล้วว่า ผู้ร้องเป็นบุคคลต้องห้ามในการเป็นผู้จัดการมรดกตามกฎหมายอิสลาม เนื่องจากผู้ตายมีทายาทอื่น ๆ ที่มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกมากกว่าผู้ร้อง และทายาทอื่น ๆ ไม่ให้ความยินยอมแก่ผู้ร้องในการร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก คำวินิจฉัยชี้ขาดในข้อกฎหมายอิสลามของดะโต๊ะยุติธรรมเป็นอันเด็ดขาดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 วรรคท้ายแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ผู้ร้องจึงเป็นบุคคลต้องห้ามเป็นผู้จัดการมรดกตามกฎหมายอิสลาม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นไม่ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3563/2551 นางคอลีเยาะ มะลี ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางคอลีเยาะ มะลี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ จันทรา · เอกชัย ชินณพงศ์ · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปัตตานี - นางระวีวรรณ หงษ์ขจร โพธิ์ทอง · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นางสาวบุญมี ฐิตะศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2479/2549

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 851/2551ฎีกา 3574/2541ฎีกา 1575/2518ฎีกา 1442/2536ฎีกา 1029-1030/2511ฎีกา 1938/2534ฎีกา 1174/2518ฎีกา 2029/2552ฎีกา 232/2493ฎีกา 3849/2541ฎีกา 1406/2513ฎีกา 1769/2505ฎีกา 4807/2540ฎีกา 5210/2545ฎีกา 1898/2512ฎีกา 100/2521ฎีกา 754/2541ฎีกา 1740/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา