⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1740/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1740/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยข้อกฎหมายอิสลาม หากมีคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดในข้อกฎหมายอิสลามมาโดยถูกต้องแล้ว ย่อมเป็นอันเด็ดขาดในคดีนั้น 2. หากศาลชั้นต้นวินิจฉัยคดีมรดกอิสลามไม่ถูกต้องตามกฎหมายอิสลาม ศาลสูงมีอำนาจสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้องแล้วพิพากษาใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

การวินิจฉัยคดีแพ่งเกี่ยวด้วยเรื่องมรดกอิสลามศาสนิกในศาลจังหวัดปัตตานี ซึ่งศาลชั้นต้นต้องใช้กฎหมายอิสลามและต้องให้คะโต๊ะยุติธรรมวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามนั้น หากศาลชั้นต้นปฏิบัติไม่ถูกต้อง ศาลสูงก็มีอำนาจยกคำพิพากษาให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาเสียให้ถูกต้องแล้วพิพากษาใหม่ได้ ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยข้อกฎหมายอิสลามได้ เพราะถ้ามีคำวินิจฉัยชี้ขาดของคะโต๊ะยุติธรรมในข้อกฎหมายอิสลามมาโดยถูกต้องแล้ว ย่อมเป็นอันเด็ดขาดในคดีนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223 พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 ม.3 พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่านายปิ บิดาโจทก์ถึงแก่กรรม ที่ดินรวม ๒๐ แปลงของนายปิจึงตกได้แก่โจทก์ผู้เป็นบุตรแต่ผู้เดียวตามศาสนาอิสลาม เพราะโจทก์เป็นชายจึงตัดทายาทอื่นหมด โจทก์ตัดไม้ตะเคียนบนคันนาของโจทก์ จำเลยห้ามและร้องอำเภออ้างว่านายปิทำหนังสือยกที่ดินทั้งหมดให้จำเลย จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งหมด จำเลยที่ ๑ ? ๒ ต่อสู้ว่า ที่ดินหมายเลข ๑ ? ๖ และ ๑๐ ? ๒๐ เป็นของนายยะโกะบิดาจำเลย นายยะโกะตายตกได้แก่จำเลยตามกฎหมายอิสลาม ส่วนที่ดินหมาย ๗ ? ๘ ? ๙ เป็นของนายปิ ๆ ทำพินัยกรรมแบบ ?วาชียะ? ยกให้จำเลยที่ ๒ แล้ว ส่วนจำเลยที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การ คู่ความตกลงกะประเด็นนำสืบว่า ๑. ที่ดิน ๑๗ แปลงหมายถึง ๑ ถึง ๖ และ ๑๐ ถึง ๒๐ เป็นสินสมรสของบิดามารดาโจทก์ อันเป็นมรดกตกได้แก่บิดาโจทก์และตัวโจทก์ในเวลาต่อมา หรือว่าเป็นของนายยะโกะบิดาจำเลย ๒. นายปิ บิดาโจทก์มีสิทธิทำพินัยกรรมยกที่ดินแปลง หมาย ๗ ? ๘ ? ๙ ให้จำเลยได้หรือไม่ และได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้จำเลยที่ ๒ จริงหรือไม่ ศาลชั้นต้นฟังวา ที่ดิน ๑๗ แปลงเป็นของนายปิ ตกได้แก่โจทก์และไม่เชื่อว่านายปิได้ทำหนังสือยกให้แก่จำเลยที่ ๒ ทั้งหนังสือก็ไม่ได้ทำให้ถูกแบบ จึงไม่อาจใช้บังคับได้ จึงพิพากษาว่าที่ดินพิพาทตกได้แก่โจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยที่ ๑ ? ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าที่พิพาท ๑๗ แปลงเป็นของนายปิ และจำเลยสืบไม่ได้ว่าพินัยกรรมที่นายปิทำนั้นถูกต้องตามกฎหมาย ที่พิพาททั้งหมดจึงตกได้แก่โจทก์ พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ? ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงประเด็นข้อ ๑ ว่า ที่ดินพิพาท ๑๗ แปลงเป็นของนายยะโกะบิดาจำเลย มิใช่เป็นของนายปิเจ้ามรดก ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าที่พิพาททั้ง ๑๗ แปลงยังเป็นของนายปิบิดาโจทก์เป็นมรดกตกได้แก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ส่วนประเด็ดข้อ ๒ ฟังว่านายปิได้ทำหนังสือจำหน่ายทรัพย์ของตนเมื่อตายไว้จริงดังที่จำเลยนำสืบ แต่หนังสือนี้เป็นพินัยกรรมหรือไม่ นายปิมีสิทธิทำได้หรือไม่ การวินิจฉัยย่อมเป็นผลให้ทรัพย์มรดกของนายปิตกได้แก่คู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ข้อเท็จจริงปรากฏในสำนวนว่าโจทก์จำเลยเป็นอิสลามศาสนิก และเจ้ามรดกก็เป็นอิสลามศาสนิก การวินิจฉัยคดีแพ่งว่าด้วยเรื่องมรดกอิสลามศาสนิกในศาลจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นต้องใช้กฎหมายอิสลาม และต้องให้คะโต๊ะยุติธรรมวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามในเรื่องนี้ ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าหนังสือทำไม่ถูกแบบใช้บังคับไม่ได้ โดยมิได้ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยมรดกมาบังคับคดี และไม่มีคะโต๊ะยุติธรรมลงชื่อในคำพิพากษาชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามเรื่องพินัยกรรม จึงไมต้องด้วยพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี ฯ พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๓-๔ และที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยนำสืบไม่ได้ว่าเป็นพินัยกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยข้อกฎหมายอิสลามได้ เพราะถ้ามีคำวินิจฉัยขี้ขาดของคะโต๊ะยุติธรรมในข้อกฎหมายอิสลามมาโดยถูกต้องแล้ว ย่อมเป็นเด็ดขาดในคดีนั้น จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เสีย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี ฯ พ.ศ. ๒๔๘๙ เท่าที่จำเป็นแก่คดี แล้วพิพากษาใหม่ตามข้อเท็จจริงที่ศาลฎีกาชี้ขาดไว้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1740/2505 นายสะนิ ปิ โจทก์ นางแอเสาะ ยะโกะ ที่ 1 นายมามุ ยะโกะ ที่ 2 นายฮามา ยะโกะ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสะนิ ปิ · จำเลย - นางแอเสาะ ยะโกะ ที่ 1 นายมามุ ยะโกะ ที่ 2 นายฮามา ยะโกะ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ ปุษปาคม · ไชยเจริญ สันติศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปัตตานี - นายชัยประภา นพคุณ · ศาลอุทธรณ์ - นายวงษ์ วีระพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 5146/2537ฎีกา 4637/2567ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 4597/2531ฎีกา 2521/2540ฎีกา 851/2551ฎีกา 1572/2511ฎีกา 1172/2514ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 2280/2559ฎีกา 3589/2525ฎีกา 3055/2526ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5415/2543ฎีกา 5150/2552ฎีกา 2356/2534ฎีกา 5094/2565ฎีกา 7279/2540ฎีกา 4470/2543ฎีกา 70/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา