⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 232/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 232/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามในคดีมรดกตามกฎหมายอิสลามใน 4 จังหวัด ต้องให้ดะโต๊ะยุติธรรมวินิจฉัยและลงลายมือชื่อในคำพิพากษาด้วย

ย่อคำพิพากษา

คดีมฤดกอันจะต้องบังคับตามกฎหมายอิสลามในเขตต์ 4 จังหวัดนั้น จะต้องมีดะโต๊ะยุตติธรรม 1 นาย นั่งพิจารณาพร้อมด้วยผู้พิพากษา โดยผู้พิพากษาวินิจฉัยข้อเท็จจริงได้ความอย่างไรแล้ว ให้ดะโต๊ะยุตติธรรมวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามและลงลายมือชื่อในคำพิพากษาด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 ม.3 พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 ม.4 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.4 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 6 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทราคา ๕๐๐๐ บาทเป็นของตายายโจทก์เจ้ามฤดก ตกได้แก่โจทก์จำเลยและ ม. ซึ่งเป็นหลานตามกฎหมายกิตับ ศาสนาอิสลาม เพราะเจ้ามฤดก, โจทก์, จำเลย และ ม. เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม แต่ยังหาได้แบ่งปันกันไม่ คงปกครองร่วมกันมา ขอให้ศาลแบ่งเป็น ๕ ส่วน ให้ได้แก่โจทก์, จำเลยคนละ ๒ ส่วน ม. ได้ ๑ ส่วนตามกิตับศาสนาอิสลามจำเลยให้การต่อสู้กรรมสิทธิ และว่าบางแปลงจำเลยได้ขายให้แก่ผู้มีชื่อไปแล้ว ที่พิพาทไม่ใช่มฤดก แม้เป็นมฤดกโจทก์ฟ้องเกิน ๑ ปี คดีขาดอายุความ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่พิพาทเป็นของบิดามารดาจำเลยยกให้จำเลยครอบครองมา ๒๐ ปีเศษ พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ฟังว่า เป็นที่ดินมฤดกอันต้องแบ่งปันกัน และจำเลยมิได้คัดค้านข้อที่โจทก์อ้างว่าจะต้องบังคับตามกฎหมายอิสลาม ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่น หาได้ฟังว่าเป็นคดีมฤดกไม่ จึงมิได้ปรับคดีด้วยกฎข้อบังคับสำหรับปกครองบริเวณเจ็ดหัวเมือง ร.ศ. ๑๒๐ และ พ.ร.บ.ใช้กฎหมายอิสลามในเขตต์ ๔ จังหวัด ๒๔๘๙ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นซึ่งมีดะโต๊ะยุตติธรรม ๑ นายนั่งพิจารณาพร้อมด้วยผู้พิพากษามาแล้วนั้น พิพากษาคดีเสียใหม่ โดยให้ดะโต๊ะยุตติธรรมวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามและลงลายมือชื่อในคำพิพากษาตามนัย มาตรา ๔ พ.ร.บ.ใช้กฎหมายอิสลามในเขตต์ ๔ จังหวัด ๒๔๘๙ โดยถือตามข้อเท็จจริงซึ่งฟังว่า ที่วิวาท ๔ แปลงเป็นมฤดกปกครองร่วมกันมาระหว่างโจทก์จำเลย ซึ่งยังมิได้แบ่งปันกันนั้น จะบังคับตามคำขอของโจทก์ได้เพียงไรหรือไม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงเห็นพ้องตามศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 232/2493 นายอาแว+ากง หรือ อาแวลาลอ กะนิ โจทก์ นายอาแวเวาะและ มะเซง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอาแว+ากง หรือ อาแวลาลอ กะนิ · ล. - นายอาแวเวาะและ มะเซง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทปัญญา · จำรูญเนติศาสตร์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปัตตานี - นายอัศนี เกาไศยนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยนิติศาสตร์โกศล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 851/2551ฎีกา 1251/2500ฎีกา 1236/2479ฎีกา 1083/2540ฎีกา 1148/2481ฎีกา 1163/2539ฎีกา 1937/2526ฎีกา 1286/2481ฎีกา 3574/2541ฎีกา 1575/2518ฎีกา 1253/2479ฎีกา 135/2498ฎีกา 4433/2536ฎีกา 203/2488ฎีกา 1442/2536ฎีกา 2414/2538ฎีกา 507/2519ฎีกา 824/2523ฎีกา 991/2501ฎีกา 1029-1030/2511ฎีกา 5186/2533ฎีกา 1200/2508ฎีกา 207/2510ฎีกา 1938/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา