คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4183/2551
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลสามารถปรับบทลงโทษจำเลยตามความผิดที่พิจารณาได้ความ แม้จะแตกต่างจากความผิดที่โจทก์ฟ้อง โดยไม่ถือเป็นการพิพากษาเกินคำขอ
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม แต่ความผิดตามที่โจทก์ฟ้องนั้นรวมการกระทำความผิดตามมาตรา 317 วรรคแรกด้วย เมื่อทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคแรก ศาลก็ปรับบทลงโทษจำเลยตามความผิดที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย หาใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษและเป็นการพิพากษาเกินคำขอดังที่โจทก์กล่าวอ้างไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 317 วรรคสาม
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคแรก (ที่ถูกประกอบมาตรา 83) จำคุก 3 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า เมื่อฟ้องโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยไม่ได้พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคแรก จึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษและเป็นการพิพากษาเกินคำขอนั้น เห็นว่า แม้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม แต่ความผิดตามที่โจทก์ฟ้องนั้นรวมการกระทำความผิดตามมาตรา 317 วรรคแรก ด้วย เมื่อทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคแรก ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ก็ปรับบทลงโทษจำเลยตามความผิดที่พิจารณาได้ความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย หาใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษและเป็นการพิพากษาเกินคำขอดังที่จำเลยกล่าวอ้างไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4183/2551
พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรี โจทก์
นายวีระยุทธ ตันศิริรุ่งเรือง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรี · จำเลย - นายวีระยุทธ ตันศิริรุ่งเรือง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย · ธานิศ เกศวพิทักษ์ · เฉลิมชัย ตันตยานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายสามารถ อาจณรงค์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายธีระ เบญจรัศมีโรจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.124/2551 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา