คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2551
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยที่มิได้ให้การต่อสู้หรือยกปัญหาขึ้นอุทธรณ์ในประเด็นเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยที่โจทก์คิด ถือว่าปัญหาดังกล่าวเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และจะนำมาฎีกาในภายหลังไม่ได้ เว้นแต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ในประเด็นที่ว่า ธนาคารโจทก์คิดดอกเบี้ยในหนี้ที่ค้างชำระไม่เกินไปกว่าอัตราสูงสุดตามประกาศของโจทก์ภายใต้ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยหรือไม่ โจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยผิดนัดจากจำเลยในอัตราสูงสุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อชั้นอุทธรณ์จำเลยมิได้ยกปัญหาดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์ ปัญหาดังกล่าวย่อมเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น การที่จำเลยฎีกาในปัญหาว่า โจทก์ปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยตามอำเภอใจจึงไม่มีสิทธิ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งปัญหาดังกล่าวมิใช่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าสินเชื่อบัตรเครดิตประเภทบัตรไทยพาณิชย์ - โพธิ์ - วีซ่า จำนวน 235,332.08 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 215,436.05 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 221,237.27 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของต้นเงิน 215,436.05 บาท นับแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2546 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แก่โจทก์
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ...ฎีกาของจำเลยข้อที่ว่า การปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายว่า โจทก์คิดอัตราดอกเบี้ยในหนี้ที่ค้างชำระไม่เกินไปกว่าอัตราสูงสุดตามประกาศของโจทก์ โจทก์มีสิทธิคิดได้ภายใต้ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย โดยจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ในประเด็นดังกล่าว ซึ่งศาลชั้นต้นก็ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์คิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดจากจำเลยในอัตราสูงสุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งในชั้นอุทธรณ์จำเลยไม่ได้ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นอุทธรณ์ ปัญหาดังกล่าวย่อมเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ที่จำเลยยกขึ้นอ้างในฎีกาอีกว่า โจทก์ปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยตามอำเภอใจโดยไม่มีสิทธิ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งมิใช่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายกฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากนี้ให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2551
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โจทก์
นายเมธา ผลวิมลจิต จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายเมธา ผลวิมลจิต |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · รัตน กองแก้ว · ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงดุสิต - นายสมศักดิ์ เลิศนิมิตกิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายรังสรรค์ วิจิตรไกรสร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.841/2550 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา