⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5895/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5895/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยจำเลยชนะคดี และจำเลยมิได้ร้องขอให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมาย วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันวางหลักประกันย่อมสิ้นผลบังคับ ผู้ค้ำประกันมีสิทธิได้รับหลักประกันคืน.

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่ให้ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 ทำสัญญาประกันความเสียหายแก่จำเลย และนำโฉนดที่ดินมาเป็นหลักประกัน เป็นคำสั่งกำหนดให้ใช้วิธีการชั่วคราวก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อศาลพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โดยให้จำเลยชนะคดีและมิได้กล่าวถึงวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา และคดีถึงที่สุดแล้ว ทั้งจำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 263 จึงเป็นอันยกเลิกไปตามมาตรา 260 (1) ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 มีสิทธิรับหลักประกันคืนไป และศาลต้องมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งอายัดที่ดินที่เป็นหลักประกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.260 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.263

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272, 273, 274, 275 และยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยึดหรืออายัดวัตถุพยานของกลางในเหตุฉุกเฉิน ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้อายัดเครื่องเล่นวีซีดีของกลางทั้งหมด และให้โจทก์วางหลักประกันมูลค่า 8,613,000 บาท ต่อมาวันที่ 26 มีนาคม 2546 ผู้ค้ำประกันทั้งสองทำสัญญาค้ำประกันต่อศาลในความเสียหายอันอาจเกิดจากการที่ของกลางถูกอายัดไว้ในระหว่างพิจารณาคดี โดยผู้ค้ำประกันที่ 1 นำโฉนดที่ดินเลขที่ 4476 มาวางเป็นหลักประกัน ส่วนผู้ค้ำประกันที่ 2 นำโฉนดที่ดินเลขที่ 54860, 54861 มาวางเป็นหลักประกัน ต่อมาวันที่ 27 ธันวาคม 2547 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องและคดีถึงที่สุดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2548 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2549 ผู้ค้ำประกันทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ขอคืนโฉนดที่ดินที่นำมาเป็นหลักประกัน เนื่องจากคดีถึงที่สุดแล้ว ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีคำสั่งในวันดังกล่าวว่า สำเนาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 หากจะคัดค้านประการใดให้คัดค้านเข้ามาภายใน 7 วัน มิฉะนั้นจะถือว่าไม่ติดใจคัดค้าน และหากคัดค้านให้แสดงหลักฐานการอายัดหลักประกันหนี้ หากไม่คัดค้านหรือไม่มีหลักฐานแสดงการอายัดหลักประกันดังกล่าว ก็ให้ตรวจคืนหลักประกันตามระเบียบ ให้นำส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นหมายศาลปิดหมาย จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ยื่นคำร้องคัดค้านอ้างว่า จำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์และผู้ค้ำประกันทั้งสองต่อศาลแพ่งเป็นคดีหมายเลขดำที่ 872/2548 ฐานละเมิดและขอคุ้มครองชั่วคราว โดยขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดที่ดินต่อไปจนกว่าคดีดังกล่าวจะถึงที่สุด ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งในวันที่ 6 มิถุนายน 2549 ว่า สัญญาค้ำประกันฉบับลงวันที่ 26 มีนาคม 2546 ที่ผู้ร้องทำสัญญาไว้ มีลักษณะเป็นการประกันความเสียหายในของกลางที่ถูกอายัดไว้ ดังนั้น เมื่อมีการฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายและคดียังไม่ถึงที่สุด จึงไม่อาจคืนหลักประกันได้ ให้ยกคำร้อง ผู้ค้ำประกันที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้ารหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ว่า เดิมศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งคำร้องของผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 ลงวันที่ 27 เมษายน 2549 ครั้งแรกให้คืนหลักประกัน ต่อมากลับมีคำสั่งใหม่ให้ยกคำร้อง จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบและจำเลยซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดี มิได้ดำเนินการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตน ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 263 จึงขอให้คืนหลักประกันแก่ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 ทำสัญญาประกันความเสียหายแก่จำเลย และนำโฉนดที่ดินมาเป็นหลักประกันเป็นคำสั่งที่กำหนดให้ใช้วิธีการชั่วคราวก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โดยให้จำเลยชนะคดีและมิได้กล่าวถึงวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา และคดีถึงที่สุดแล้ว ทั้งจำเลยมิได้ดำเนินการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามที่บังคับไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 263 คำสั่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวแก่ผู้ค้ำประกันที่ 1 ทึ่ 2 จึงเป็นอันยกเลิกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260 (1) ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 จึงมีสิทธิรับหลักประกันคืนไป และศาลต้องมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งอายัดที่ดินที่เป็นหลักประกัน ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 โดยไม่คืนหลักประกัน อ้างว่ายังมีคดีแพ่งฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและคดียังไม่ถึงที่สุด คดีดังกล่าวก็มิได้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ซึ่งถึงที่สุดแล้วศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย" พิพากษากลับว่า ให้คืนหลักประกันแก่ผู้ค้ำประกันที่ 1 ที่ 2 และให้มีหนังสือแจ้งเพิกถอนคำสั่งอายัดที่ดินดังกล่าว ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5895/2551 นายซู หมิง เย่ โจทก์ พลเอกวันชัย เอมโอชะ กับพวก ผู้ค้ำประกัน นายประวิทย์ เกียรติพลพจน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายซู หมิง เย่ · ผู้ค้ำประกัน - พลเอกวันชัย เอมโอชะ กับพวก · จำเลย - นายประวิทย์ เกียรติพลพจน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ฐานันท์ วรรณโกวิท · พลรัตน์ ประทุมทาน · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2141/2499ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 1109/2510ฎีกา 483/2519ฎีกา 8200/2567ฎีกา 1138/2527ฎีกา 1667/2506ฎีกา 6619/2545ฎีกา 3283/2549ฎีกา 176/2494ฎีกา 9846/2544ฎีกา 239/2509ฎีกา 5081/2554ฎีกา 1449/2531ฎีกา 1705/2534ฎีกา 2194/2527ฎีกา 7304/2538ฎีกา 2412/2532ฎีกา 5090/2552ฎีกา 78/2518ฎีกา 951/2540ฎีกา 10693/2551ฎีกา 4017/2530ฎีกา 5154/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา