⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3096/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3096/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้ทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยตัวผู้ต้องหา หรือการช่วยเหลือให้ได้รับโทษน้อยลง ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 เช่นเดียวกัน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ดาบตำรวจ ช. ได้จับกุม พ. กับพวก ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน จำเลยทั้งสองให้ทรัพย์สินแก่ดาบตำรวจ ช. ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการปล่อยตัว พ. กับพวกซึ่งเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ แม้ในทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยทั้งสองกระทำการเพื่อจูงใจให้ดาบตำรวจ ช. ดำเนินการช่วยเหลือ พ. กับพวก โดยเปลี่ยนข้อหาให้เบาลงก็ตาม ก็หาใช่ข้อแตกต่างในสาระสำคัญไม่ ทั้งนี้เพราะไม่ว่าจะเป็นการให้ทรัพย์สินเพื่อจูงใจให้ปล่อยตัวหรือเปลี่ยนข้อหาก็ล้วนแต่เป็นการจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ซึ่งเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 144 เช่นเดียวกัน เมื่อจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลย่อมมีอำนาจที่จะลงโทษจำเลยทั้งสองตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสองได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.144

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144, 83 และริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 8 เดือน ริบของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ดาบตำรวจชัยยันต์ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการตั้งหรือเปลี่ยนข้อหานายไพรัชและนางราตรีได้ตามกฎหมาย เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พนักงานตำรวจที่จะเป็นผู้แจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาภายหลังจากที่มีการทำบันทึกจับกุมและนำตัวผู้ต้องหามายังสถานที่ทำการของพนักงานตำรวจแล้วคือพนักงานสอบสวนเท่านั้น ซึ่งการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 และศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงส่วนนี้ว่าในวันเกิดเหตุตามฟ้อง หลังจากดาบตำรวจชัยยันต์จับกุมนายไพรัชกับพวกและควบคุมตัวไปที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีเพื่อดำเนินคดี ต่อมาในวันดังกล่าวจำเลยทั้งสองไปติดต่อกับดาบตำรวจชัยยันต์ขอให้ช่วยเหลือนายไพรัชกับพวกโดยเปลี่ยนข้อหาจากเดิมเป็นข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ใครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยตกลงจะให้เงินจำนวน 70,000 บาท ดาบตำรวจชัยยันต์จึงไปรายงานให้พันตำรวจตรีชาติชาย ผู้บังคับบัญชาทราบและวางแผนจับกุมโดยตอบตกลงและนัดหมายให้จำเลยทั้งสองนำเงินไปมอบให้ที่ด้านหลังสำนักงานกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีในวันเดียวกัน เวลา 11 นาฬิกา เมื่อจำเลยทั้งสองไปพบดาบตำรวจชัยยันต์กับพวกตามนัดและมอบเงินให้ ดาบตำรวจชัยยันต์กับพวกจับกุมจำเลยทั้งสองทันที ตามข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติดังกล่าว การที่จำเลยทั้งสองไปติดต่อกับดาบตำรวจชัยยันต์เพื่อขอให้ช่วยเหลือนายไพรัชกับพวก โดยเปลี่ยนข้อหาจากเดิมข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเป็นข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น โดยเสนอให้เงินจำนวน 70,000 บาท นั้น ย่อมเป็นการกระทำที่จำเลยทั้งสองมุ่งประสงค์ขอให้ทรัพย์สิน เพื่อจูงใจให้ดาบตำรวจชัยยันต์ไปดำเนินการให้ผู้บังคับบัญชากระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ เมื่อพันตำรวจตรีชาติชายผู้บังคับบัญชาของดาบตำรวจชัยยันต์ทราบความประสงค์ของจำเลยทั้งสองจากดาบตำรวจชัยยันต์และวางแผนจับกุมโดยตอบตกลงและนัดหมายให้จำเลยทั้งสองนำเงินมอบให้และจับกุมจำเลยทั้งสองได้พร้อมเงินของกลาง การกระทำของจำเลยทั้งสองดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รับฟังมาจึงถือได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ขอให้ทรัพย์สินแก่ดาบตำรวจชัยยันต์และพันตำรวจตรีชาติชายเพื่อจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ดังนั้น การที่ดาบตำรวจชัยยันต์จะมีหน้าที่ในการตั้งหรือเปลี่ยนข้อหาแก่ผู้ต้องหาหรือไม่ จึงหาใช่สาระสำคัญไม่ ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น อนึ่ง แม้ว่าคดีนี้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่า ดาบตำรวจชัยยันต์ได้จับกุมนายไพรัชกับพวกในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน จำเลยทั้งสองให้ทรัพย์สินแก่ดาบตำรวจชัยยันต์ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการปล่อยตัวนายไพรัชกับพวกซึ่งเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ แต่ในทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยทั้งสองกระทำการเพื่อจูงใจให้ดาบตำรวจชัยยันต์ดำเนินการช่วยเหลือนายไพรัชกับพวก โดยเปลี่ยนข้อหาให้เบาลงก็ตาม ก็หาใช่ข้อแตกต่างในสาระสำคัญไม่ ทั้งนี้เพราะไม่ว่าจะเป็นการให้ทรัพย์สินเพื่อจูงใจให้ปล่อยตัวหรือเปลี่ยนข้อหาก็ล้วนแต่เป็นการจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 เช่นเดียวกัน เมื่อจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลย่อมมีอำนาจที่จะลงโทษจำเลยทั้งสองตามที่พิจารณาได้ความนั้นได้ ทั้งนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลยทั้งสองมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3096/2552 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายจรูญ กีโซ๊ะหรือศรีราณีย์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี · จำเลย - นายจรูญ กีโซ๊ะหรือศรีราณีย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย · ธานิศ เกศวพิทักษ์ · เฉลิมชัย ตันตยานนท์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532ฎีกา 6505/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ