⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3413/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3413/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำหลายกรรมต่างกันจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อผู้กระทำมีเจตนาประสงค์ต่อผลในการกระทำแต่ละครั้งแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ย่อคำพิพากษา

การกระทำความผิดแม้จะกระทำต่อเนื่องและใกล้ชิดกันจะเป็นการกระทำกรรมเดียวหรือต่างกรรมกันนั้น ต้องพิจารณาจากเจตนาของผู้กระทำด้วย เมื่อจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายก่อน 1 นัด ทันทีที่ผู้ตายกระโดดลงจากรถ ผู้ตายล้มลงและหมดสติไป และเมื่อผู้เสียหายกระโดดลงจากรถ จำเลยก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายอีก 1 นัด ทันที การกระทำของจำเลยจึงเห็นได้ชัดว่า มีเจตนาประสงค์ต่อผลในการกระทำทั้งสองครั้งแตกต่างกัน กล่าวคือหากผู้เสียหายไม่กระโดดลงจากรถ จำเลยอาจไม่ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย จึงเป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จำคุก 6 เดือน ฐานฆ่าผู้อื่น จำคุก 20 ปี ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี รวมจำคุก 30 ปี 12 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำผิดของจำเลยข้อหาฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่น เป็นความผิดกรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 15 ปี รวมจำคุก 15 ปี 12 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า วันที่ 15 มิถุนายน 2546 นายประเสริฐ พาลูกจ้างประมาณ 10 คน รวมทั้งผู้ตายกับผู้เสียหาย ขับรถกระบะไปหาจำเลยที่บ้านเช่าในซอยเยื้องหมู่บ้านจิตรณรงค์ 6 ถนนบางกรวย - จงถนอม ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี โดยมีนายวิวัฒน์หรือช้าง ทำหน้าที่ขับรถ แต่ไม่พบจำเลยจึงพากันกลับ ขณะขับรถจะออกจากปากซอยบ้านจำเลยเป็นเวลา 21 นาฬิกา พบภริยาจำเลยขับรถจักรยานยนต์ มีบุตรีและจำเลยนั่งซ้อนท้ายมาทางขวาของรถกระบะพอดี ผู้ตายตะโกนเรียกจำเลยแล้วกระโดดลงจากรถ จำเลยชักอาวุธปืนสั้นออกมายิง 1 นัด กระสุนปืนถูกบริเวณท้องของผู้ตาย ผู้เสียหายกระโดดลงจากรถ จำเลยยิงมาที่ผู้เสียหายอีก 1 นัด กระสุนปืนถูกต้นแขนขวาของผู้เสียหาย แล้วจำเลยขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปเพียงคนเดียว ผู้ตายกับผู้เสียหายถูกนำส่งโรงพยาบาล หลังจากเกิดเหตุสองวันผู้ตายถึงแก่ความตาย ส่วนผู้เสียหายกระดูกแขนขวาหัก ต้องรับการผ่าตัด ต่อมาวันที่ 30 กรกฎาคม 2547 จำเลยถูกจับที่จังหวัดน่าน เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับแจ้งข้อหาแก่จำเลยตามหมายจับว่า ฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำเลยให้การปฏิเสธ ชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเช่นเดียวกับชั้นจับกุมและแจ้งข้อหาเพิ่มว่ามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมายและพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธ จำเลยไม่เคยได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ มีข้อวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายแล้วจึงยิงผู้เสียหายในระยะเวลาไล่เลี่ยกันเป็นการกระทำต่างกรรมกันหรือไม่ เห็นว่า การกระทำความผิดแม้จะกระทำต่อเนื่องและใกล้ชิดกันจะเป็นการกระทำกรรมเดียวหรือต่างกรรมกันนั้นต้องพิจารณาจากเจตนาของผู้กระทำด้วย เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายก่อน 1 นัด ทันทีที่ผู้ตายกระโดดลงจากรถ ซึ่งได้ความจากคำให้การชั้นสอบสวนของผู้ตายว่า เมื่อถูกยิงก็ล้มลงและหมดสติไป และเมื่อกระโดดลงจากรถจำเลยก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายอีก 1 นัด ทันที การกระทำของจำเลยจึงเห็นได้ชัดว่ามีเจตนาประสงค์ต่อผลในการกระทำทั้งสองครั้งแตกต่างกัน กล่าวคือหากผู้เสียหายไม่กระโดดลงจากรถ จำเลยอาจไม่ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย จึงเป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุก 10 ปี รวมโทษจำคุกทุกกระทงแล้ว 25 ปี 12 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3413/2552 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายประภาส วงศ์ปัญญา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี · จำเลย - นายประภาส วงศ์ปัญญา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริชัย วัฒนโยธิน · ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล · กีรติ กาญจนรินทร์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4919/2543ฎีกา 479/2464ฎีกา 875/2510ฎีกา 2842/2515ฎีกา 688/2529ฎีกา 4043/2528ฎีกา 4825/2553ฎีกา 1957/2514ฎีกา 296-305/2481ฎีกา 934/2535ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1862-1863/2512ฎีกา 1955/2546ฎีกา 1093/2568ฎีกา 5840/2544ฎีกา 3146/2541ฎีกา 959/2531ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6252/2531ฎีกา 122/2481ฎีกา 7570/2541ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ