⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3821/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3821/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ให้เช่ามีบุริมสิทธิพิเศษเหนือสังหาริมทรัพย์ที่ผู้เช่านำเข้ามาไว้ในที่ดินหรือโรงเรือน และเหนืออสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในที่ดินนั้น รวมถึงดอกผลของที่ดิน แต่ไม่มีบุริมสิทธิเหนือเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดสิทธิการเช่า

ย่อคำพิพากษา

แม้หนี้ที่ผู้ร้องขอรับชำระหนี้เป็นหนี้ที่จำเลยค้างชำระค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ และหนี้อย่างอื่นของผู้เช่าอันเกิดจากความเกี่ยวพันในเรื่องเช่าอาคารพาณิชย์ ผู้ร้องมีบุริมสิทธิพิเศษเหนือสังหาริมทรัพย์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 259 (1) ซึ่งมาตรา 261 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "บุริมสิทธิของผู้ให้เช่าที่ดินนั้นมีอยู่เหนือสังหาริมทรัพย์ทั้งหลายอันผู้เช่าได้นำเข้ามาไว้บนที่ดินที่ให้เช่า หรือนำเข้ามาไว้ในเรือนโรงอันใช้ประกอบกับที่ดินนั้น และมีอยู่เหนืออสังหาริมทรัพย์เช่นสำหรับที่ใช้ในที่ดินนั้น กับทั้งเหนือดอกผลอันเกิดจากที่ดินซึ่งอยู่ในครอบครองของผู้เช่านั้นด้วย" และวรรคสองบัญญัติว่า "บุริมสิทธิของผู้ให้เช่าเรือนโรงย่อมมีอยู่เหนือสังหาริมทรัพย์ซึ่งผู้เช่านำเข้ามาไว้ในเรือนโรงนั้นด้วย" แต่คดีนี้ผู้ร้องขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดสิทธิการเช่า ไม่ได้ขอ บังคับเอาจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดสังหาริมทรัพย์ที่ผู้เช่านำเข้ามาไว้ในที่ดินหรือโรงเรือน ทั้งมิใช่เงินอันผู้โอนหรือผู้ให้เช่าช่วงจะพึงได้รับจากผู้รับโอนหรือผู้เช่าช่วงตาม ป.พ.พ. มาตรา 262 ผู้ร้องจึงไม่มีบุริมสิทธิพิเศษเหนือเงินจากการขายทอดตลาด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.259 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.261 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.262

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้โจทก์ ต่อมาโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดสิทธิการเช่าอาคารพาณิชย์ เลขที่ 405 และ 407 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่จำเลยเช่าจากผู้ร้องขายทอดตลาดเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องว่า จำเลยค้างค่าเช่าเดือนพฤษภาคม 2543 ถึงเดือนเมษายน 2544 รวม 12 เดือน เป็นเงิน 9,000 บาท ค่าภาษีโรงเรือนพร้อมเงินเพิ่ม ประจำปี 2541 ถึง 2543 จำนวน 22,798.60 บาท จำเลยชำระแล้วบางส่วนจำนวน 3,000 บาท คงเหลือภาษีโรงเรือนและเงินเพิ่มค้างชำระ 19,798.60 บาท หนี้เงินร้อยละ 15 ของเงินค่าตอบแทนการโอนสิทธิการเช่าที่จำเลยต้องชำระแก่ผู้ร้องเป็นเงิน 108,000 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 136,798.60 บาท ซึ่งเป็นหนี้ที่ผู้ร้องมีบุริมสิทธิ ผู้ร้องขอรับชำระหนี้บุริมสิทธิจากการขายทอดตลาดสิทธิการเช่า ขอให้มอบเงินดังกล่าวแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง จำเลยยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์พยานหลักฐานในคดี ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2527 นายประกอบ เช่าอาคาร 3 ชั้น 2 คูหา เลขที่ 405 และ 407 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง นครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช จากผู้ร้อง ต่อมาเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2534 นายประกอบโอนสิทธิการเช่าอาคารทั้งสองคูหาให้จำเลยและจำเลยทำสัญญาเช่ากับผู้ร้องมีรายละเอียดเหมือนกับสัญญาที่นายประกอบทำไว้กับผู้ร้อง ต่อมาจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาและไม่ชำระหนี้ โจทก์ยึดสิทธิการเช่าอาคารเลขที่ 405 และ 407 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้และมีผู้ประมูลซื้อสิทธิการเช่าจากการขายทอดตลาด ผู้ร้องอ้างว่าจำเลยยังติดค้างไม่ชำระค่าเช่าเป็นเวลานานประมาณ 12 เดือน ผู้ร้องชำระค่าภาษีโรงเรือนและค่าปรับเงินเพิ่มแทนจำเลยกับผู้ร้องที่มีสิทธิได้รับเงินค่าตอบแทนการโอนสิทธิการเช่าร้อยละ 15 ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินให้แก่ผู้ร้อง มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องขอรับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดสิทธิการเช่า โดยอาศัยบุริมสิทธิพิเศษเหนือสังหาริมทรัพย์ได้หรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่า เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดสิทธิการเช่าเป็นเงินที่ผู้โอนหรือผู้ให้เช่าช่วงจะพึงได้รับจากผู้รับโอนหรือผู้เช่าช่วงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 262 ประกอบกับข้อสัญญาที่จำเลยทำไว้กับผู้ร้อง ผู้ร้องย่อมนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด 108,000 บาท นำมาคำนวณเป็นเงินค่าตอบแทนการโอนสิทธิการเช่าในอัตราร้อยละ 15 เป็นการชอบด้วยกฎหมาย และฎีกาว่าผลบังคับของบุริมสิทธิในมูลเช่าอสังหาริมทรัพย์ นอกจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 260 แล้ว ยังมีมาตรา 262 ขยายออกไปอีก ผู้ร้องจึงมีบุริมสิทธิในหนี้ค่าเช่า ค่าภาษีโรงเรือนที่ได้ชำระไปแทนจำเลย ค่าตอบแทนการโอนสิทธิตามสัญญาเช่า และขอรับชำระหนี้ในฐานะเป็นหนี้บุริมสิทธิได้ นั้น ผู้ร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นโดยอ้างเหตุผู้ร้องเป็นผู้ให้เช่า จำเลยติดค้างค่าเช่า ค่าภาษีโรงเรือนและค่าปรับเงินเพิ่มที่ผู้ร้องออกแทนจำเลยและเมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดสิทธิการเช่าของจำเลยให้ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด ผู้ร้องมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนการโอนสิทธิการเช่าที่ได้ตกลงกันไว้กับจำเลยในสัญญาเช่าร้อยละ 15 ของเงินค่าตอบแทนโอนสิทธินั้น เห็นว่า แม้หนี้ที่ผู้ร้องขอรับชำระหนี้เป็นหนี้ที่จำเลยค้างชำระค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ และหนี้อย่างอื่นของผู้เช่าอันเกิดจากความเกี่ยวพันในเรื่องเช่าอาคารพาณิชย์ เลขที่ 405 และ 407 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง นครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ร้องมีบุริมสิทธิพิเศษเหนือสังหาริมทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 259 (1) ซึ่งมาตรา 261 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "บุริมสิทธิของผู้ให้เช่าที่ดินนั้นมีอยู่เหนือสังหาริมทรัพย์ทั้งหลายอันผู้เช่าได้นำเข้ามาไว้บนที่ดินที่ให้เช่า หรือนำเข้ามาไว้ในเรือนโรงอันใช้ประกอบกับที่ดินนั้น และมีอยู่เหนือสังหาริมทรัพย์เช่นสำหรับที่ใช้ในที่ดินนั้น กับทั้งเหนือดอกผลอันเกิดจากที่ดินซึ่งอยู่ในครอบครองของผู้เช่านั้นด้วย" และวรรคสอง บัญญัติว่า "บุริมสิทธิของผู้ให้เช่าเรือนโรงย่อมมีอยู่เหนือสังหาริมทรัพย์ซึ่งผู้เช่านำเข้ามาไว้ในเรือนโรงนั้นด้วย" แต่คดีนี้ผู้ร้องขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดสิทธิการเช่า ไม่ได้ขอบังคับเอาจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดสังหาริมทรัพย์ที่ผู้เช่านำเข้ามาไว้ในที่ดินหรือโรงเรือน ทั้งมิใช่เงินอันผู้โอนหรือผู้ให้เช่าช่วงจึงพึงได้รับจากผู้รับโอนหรือผู้เช่าช่วงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 262 ผู้ร้องจึงไม่มีบุริมสิทธิพิเศษเหนือเงินจากการขายทอดตลาด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยกคำร้องของผู้ร้องศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น สำหรับฎีกาของผู้ร้องในข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัย อนึ่ง คดีนี้เป็นกรณีที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอกันส่วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เสียค่าขึ้นศาล 200 บาท ตามตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ข้อ (2) (ก) ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลทั้งสามศาลมาอย่างคดีมีทุนทรัพย์ จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินมาแก่ผู้ร้อง พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลทั้งสามศาลส่วนที่เกินกว่า 200 บาท แก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3821/2552 ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ วัดสวนป่าน ผู้ร้อง นางอรุณี เหนิดกระโทก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) · ผู้ร้อง - วัดสวนป่าน · จำเลย - นางอรุณี เหนิดกระโทก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เอกชัย ชินณพงศ์ · สมศักดิ์ จันทรา · เกียรติศักดิ์ เกียรติดำรง
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 4677/2549ฎีกา 2836/2566ฎีกา 3766/2545ฎีกา 1767/2527ฎีกา 716/2539ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 181/2512ฎีกา 2451/2548ฎีกา 6741/2550ฎีกา 2955/2548ฎีกา 1150/2524ฎีกา 981/2492ฎีกา 1486/2516ฎีกา 3745/2530ฎีกา 5088/2554ฎีกา 85/2529ฎีกา 3453/2529ฎีกา 1065/2505ฎีกา 1413/2508ฎีกา 541/2509ฎีกา 2116/2565ฎีกา 3139/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ