⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5765/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5765/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การวินิจฉัยของศาลฎีกาจะจำกัดอยู่เฉพาะข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับสาระสำคัญของคดี หรือข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เท่านั้น เว้นแต่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ย่อคำพิพากษา

ฎีกาของโจทก์ทั้งสองที่โต้แย้งเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 8 มาไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้ จึงเป็นฎีกาในข้อที่เป็นสาระแก่คดีอันไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คำฟ้องของโจทก์ขอให้บังคับจำเลยที่ 2 รับผิดในฐานะเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 และเป็นผู้ครอบครองใช้ประโยชน์รถยนต์บรรทุกน้ำมันคันเกิดเหตุที่จำเลยที่ 1 ขับในกิจการของจำเลยที่ 2 มิได้ฟ้องขอให้รับผิดในฐานะเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัด ท. ประเภทหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดที่สอดเข้าไปจัดการงานของห้างดังกล่าว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้อนี้ จึงเป็นฎีกานอกฟ้องนอกประเด็นและเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่ชอบด้วยป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ทั้งมิใช่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 1,110,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ก่อนสืบพยาน โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตและให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยร่วมออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 562,431 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 9 พฤศจิกายน 2542) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ทั้งสองชนะคดี ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้อที่ว่า จำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้กล่าวโดยละเอียดชัดเจนซึ่งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานที่คู่ความนำมาสืบแล้ว โดยเฉพาะที่ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์ทั้งสองนำมาสืบเจือสมกับข้อนำสืบของจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 มีสำเนาพยานเอกสารไม่ว่าสำเนารายงานการจดทะเบียนรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุที่จำเลยที่ 1 ขับระบุชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัดทับปุดเจริญโชค ทั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวเป็นผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้กับจำเลยร่วมและเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลในช่วงเวลาเกิดเหตุ ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นเพียงหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนดังกล่าว พยานหลักฐานของจำเลยที่ 2 จึงมีน้ำหนักน่าเชื่อกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสอง ข้อเท็จจริงจึงไม่พอฟังว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 และขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ฎีกาของโจทก์ทั้งสองที่โต้แย้งเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 8 มาอีกนั้นไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้ ศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของรองประธานศาลฎีกาซึ่งประธานศาลฎีกามอบหมาย เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งสองดังกล่าวเป็นฎีกาในข้อที่เป็นสาระแก่คดีอันไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้อที่ว่า เมื่อจำเลยที่ 2 ได้สอดเข้าไปจัดกิจการห้างหุ้นส่วนดังกล่าว โดยรับว่าเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 และเข้าร่วมเจรจาค่าเสียหายกับโจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 2 จะต้องร่วมรับผิดกับห้างหุ้นส่วนดังกล่าวในฐานะส่วนตัวต่อโจทก์ทั้งสองด้วยนั้น เห็นว่า คดีนี้ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามคำฟ้องของโจทก์ขอให้บังคับจำเลยที่ 2 รับผิดในฐานะเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 และเป็นผู้ครอบครองใช้ประโยชน์รถยนต์บรรทุกน้ำมันคันเกิดเหตุที่จำเลยที่ 1 ขับในกิจการของจำเลยที่ 2 มิได้ฟ้องขอให้รับผิดในฐานะเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนดังกล่าว ประเภทหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดที่สอดเข้าไปจัดการงานของห้างดังกล่าว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้อนี้ จึงเป็นฎีกานอกฟ้องนอกประเด็นและเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ทั้งมิใช่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยเช่นกัน พิพากษายกฎีกาของโจทก์ทั้งสอง คืนค่าธรรมเนียมทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่โจทก์ทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5765/2552 นายจำลอง สมนึก กับพวก โจทก์ นายธีรเดช แซ่เจี้ยง กับพวก จำเลย บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจำลอง สมนึก กับพวก · จำเลย - นายธีรเดช แซ่เจี้ยง กับพวก · จำเลยร่วม - บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · วีระพล ตั้งสุวรรณ · อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพังงา - นายสัมพันธ์ พิทักษ์แท้ · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายวิทยา จิญกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.796/2547

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 100/2540ฎีกา 5806-5807/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา