⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6545/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6545/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คดีที่ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนทรัพย์มรดกและให้ทรัพย์มรดกกลับคืนมาเป็นของกองทรัพย์มรดก ถือเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ มีทุนทรัพย์ตามราคาของทรัพย์สินที่พิพาท.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดกที่จำเลยที่ 1 กับที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของ จ. โอนให้แก่จำเลยที่ 1 และที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนยกให้โดยเสน่หาแก่จำเลยที่ 3 เพื่อให้ที่ดินกลับมาเป็นทรัพย์มรดกของ จ. เป็นการฟ้องเรียกร้องให้ได้ที่ดินกลับคืนมาเป็นทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ผู้เป็นทายาทของ จ. ด้วย จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้มีทุนทรัพย์ตามจำนวนราคาของที่ดินพิพาท เมื่อโจทก์ไม่ชำระค่าขึ้นศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดจึงเป็นการทิ้งฟ้อง ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีได้ เมื่อตรวจคำฟ้องของโจทก์แล้วเห็นได้ว่าเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มภายในเวลาที่กำหนดได้โดยไม่ต้องรอจำเลยทั้งสามยื่นคำให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.150 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดกที่จำเลยที่ 1 กับที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายจรูญ โอนให้แก่จำเลยที่ 1 และที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนยกให้โดยเสน่หาแก่จำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฟ้องและมีคำสั่งว่าโจทก์ฟ้องเพื่อให้ได้ที่ดินพิพาทกลับคืนมาเป็นทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ผู้เป็นทายาท คดีของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลตามส่วนของราคาที่ดินพิพาทภายใน 15 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่ง ศาลชั้นต้นยกคำร้อง เมื่อพ้นกำหนดเวลา 15 วัน จึงมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่นำเงินค่าขึ้นศาลมาวางภายในกำหนด ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 ที่ 2 กับจำเลยที่ 3 เป็นการฟ้องเรียกร้องให้ได้ที่ดินพิพาทกลับคืนมาเป็นทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ผู้เป็นทายาทของนายจรูญ ผู้ตาย คดีของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ มีทุนทรัพย์ตามจำนวนราคาของที่ดินพิพาท คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงชอบแล้ว ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ในชั้นรับฟ้องซึ่งจำเลยทั้งสามยังไม่ได้ให้การต่อสู้เรื่องกรรมสิทธิ์ จึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินพิพาท เมื่อตรวจคำฟ้องแล้วก็เห็นได้ว่าเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ จึงไม่จำต้องรอพิจารณาคำให้การของจำเลยทั้งสามก่อนว่า จะต่อสู้เรื่องกรรมสิทธิ์หรือไม่ ดังนั้น ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้องได้ อุทธรณ์ของโจทก์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6545/2552 นางโสภิต มัลลิกะมาส โจทก์ โดยนางสาวมนพัทธ์ มัลลิกะมาส ผู้อนุบาล นายโพธิ์ทอง แก้วสุทธิ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางโสภิต มัลลิกะมาส · จำเลย - โดยนางสาวมนพัทธ์ มัลลิกะมาส ผู้อนุบาลนายโพธิ์ทอง แก้วสุทธิ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญรอด ตันประเสริฐ · เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · สนอง เล่าศรีวรกต
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2467/2526ฎีกา 621/2519ฎีกา 1337/2533ฎีกา 1415/2540ฎีกา 3760/2533ฎีกา 866/2518ฎีกา 1398/2493ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 370/2506ฎีกา 978/2510ฎีกา 1390/2506ฎีกา 581/2502ฎีกา 953/2505ฎีกา 6528/2537ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1028/2564ฎีกา 876/2492ฎีกา 2532/2523ฎีกา 4303/2530ฎีกา 2838/2539ฎีกา 3601/2530ฎีกา 1280/2505ฎีกา 1286-1287/2503
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ