⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8847/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8847/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนับโทษจำคุกต่อจากคดีอื่นต้องไม่เป็นการนับโทษซ้อนกัน. ศาลมีดุลพินิจในการกำหนดให้เริ่มนับโทษจำคุกคดีหนึ่งต่อจากโทษในคดีก่อนได้.

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ 969/2547 ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏแก่ศาลฎีกาว่า คดีอาญาหมายเลขดำที่ 968/2547 มีการนับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 965/2547, 966/2547, 967/2547 แล้ว คดีนี้จึงนับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 965/2547, 966/2547, 967/2547 อีกไม่ได้ เพราะเป็นการนับโทษซ้อนกันไม่ชอบด้วย ป.อ. มาตรา 22 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาให้นับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 968/2547 ซึ่งเป็นคดีที่ได้มีคำพิพากษาไปก่อนหน้าคดีนี้แล้ว เป็นการใช้ดุลพินิจของศาลในการกำหนดให้เริ่มนับโทษจำคุกคดีนี้ต่อจากโทษในคดีก่อนจึงชอบแล้ว และไม่เป็นการนับโทษซ้อนกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 341 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 30, 82, 91 ตรี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินแก่ผู้เสียหาย 60,000 บาท กับให้นับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 965/2547, 966/2547, 967/2547, 968/2547, 970/2547 และ 971/2547 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยทั้งสองในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 91 ตรี ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 91 ตรี ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ให้นับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 965/2547 หมายเลขแดงที่ 1028/2547, คดีอาญาหมายเลขดำที่ 966/2547 หมายเลขแดงที่ 1029/2547, คดีอาญาหมายเลขดำที่ 967/2547 หมายเลขแดงที่ 1030/2547 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 968/2547 หมายเลขแดงที่ 1031/2547 ของศาลชั้นต้น และให้จำเลยทั้งสองคืนเงิน 40,000 บาท แก่ผู้เสียหาย คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำหน่ายคดีเฉพาะข้อหาความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 และยกคำขอที่ให้จำเลยทั้งสองคืนเงินแก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาให้นับโทษจำเลยทั้งสองคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 965/2547 หมายเลขแดงที่ 1028/2547, คดีอาญาหมายเลขดำที่ 966/2547 หมายเลขแดงที่ 1029/2547, คดีอาญาหมายเลขดำที่ 967/2547 หมายเลขแดงที่ 1030/2547 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 968/2547 หมายเลขแดงที่ 1031/2547 ของศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงปรากฏแก่ศาลฎีกาว่า ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 968/2547 หมายเลขแดงที่ 1031/2547 ของศาลชั้นต้น ได้มีการนับโทษจำเลยทั้งสองในคดีดังกล่าวต่อจากโทษคดีอาญาหมายเลขดำที่ 965/2547 หมายเลขแดงที่ 1028/2547, คดีอาญาหมายเลขดำที่ 966/2547 หมายเลขแดงที่ 1029/2547 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 967/2547 หมายเลขแดงที่ 1030/2547 ของศาลชั้นต้นตามคำขอของโจทก์แล้ว คดีนี้จึงนับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 965/2547 หมายเลขแดงที่ 1028/2547, คดีอาญาหมายเลขดำที่ 966/2547 หมายเลขแดง ที่ 1029/2547, และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 967/2547 หมายเลขแดงที่ 1030/2547 ของศาลชั้นต้น อีกไม่ได้ เพราะเป็นการนับโทษซ้อนกันไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22 วรรคหนึ่ง ส่วนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาให้นับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 968/2547 หมายเลขแดงที่ 1031/2547 ของศาลชั้นต้น ซึ่งเป็นคดีของจำเลยทั้งสองที่ได้มีคำพิพากษาไปก่อนหน้าคดีนี้แล้ว กรณีดังกล่าวเป็นการใช้ดุลพินิจของศาลในการกำหนดให้เริ่มนับโทษจำคุกคดีนี้ต่อจากโทษในคดีก่อนจึงชอบแล้ว และไม่เป็นการนับโทษซ้อนกัน ฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ยกคำขอให้นับโทษคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 965/2547 หมายเลขแดงที่ 1028/2547, คดีอาญาหมายเลขดำที่ 966/2547 หมายเลขแดงที่ 1029/2547 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 967/2547 หมายเลขแดงที่ 1030/2547 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8847/2552 พนักงานอัยการจังหวัดตาก โจทก์ นายเทียม ทับนิล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตาก · จำเลย - นายเทียม ทับนิล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไชยยงค์ คงจันทร์ · นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตาก - นางณัฐสิรี นิตยะประภา · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายปรัชญา โกไศยกานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7201/2568ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 11/2539ฎีกา 6505/2555ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551ฎีกา 3310/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา