⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9890/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9890/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำอนาจารผู้เสียหายซึ่งเป็นศิษย์อยู่ในความดูแลและต้องเชื่อฟังจำเลย เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก ประกอบมาตรา 285

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ในสายชั้นเรียนให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยใช้ผู้เสียหายให้นำผ้าไปซักในห้องน้ำเกิดเหตุ เป็นที่เห็นได้ว่าขณะนั้นผู้เสียหายเป็นศิษย์อยู่ในความดูแลของจำเลย ทั้งต้องเชื่อฟังจำเลยด้วย เมื่อจำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหายในขณะนั้น จำเลยจึงต้องมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 279 วรรคแรก ประกอบมาตรา 285

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.279 ประมวลกฎหมายอาญา ม.285

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279, 285 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก ประกอบมาตรา 285 จำคุก 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายอายุ 11 ปีเศษ เรียนอยู่ที่โรงเรียนเทศบาลวัดดอกเงินซึ่งจำเลยเป็นครูสอนอยู่วันเกิดเหตุ ขณะผู้เสียหายกำลังซักผ้าอยู่ในห้องน้ำของโรงเรียน จำเลยเข้าไปห้องน้ำเดียวกัน แล้วผู้เสียหายวิ่งออกจากห้องน้ำในเวลาต่อมา ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกมีว่า จำเลยกระทำอนาจารแก่ผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่า ผู้เสียหายมาเบิกความต่อศาลหลังจากที่ได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนเป็นระยะเวลาห่างกันถึงปีเศษ อาจเบิกความถึงรายละเอียดสับสนไปบ้าง แต่ผู้เสียหายก็ยังให้การต่อพนักงานสอบสวนและเบิกความว่า ขณะเกิดเหตุอวัยวะเพศของจำเลยอยู่ในร่มผ้า จำเลยเองยังเบิกความรับว่า ขณะเกิดเหตุ จำเลยอยู่ในห้องน้ำกับผู้เสียหายสองต่อสอง เพียงแต่บ่ายเบี่ยงว่ายื่นสบู่ให้และใช้มือแตะศีรษะของผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายตื่นกลัวไปเอง ข้อนำสืบต่อสู้ของจำเลยไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้โดยปราศจากเหตุสงสัยว่าจำเลยกระทำอนาจารแก่ผู้เสียหาย ที่จำเลยอุทธรณ์ต่อไปว่า จำเลยเป็นเพียงครูมีหน้าที่สอนผู้เสียหายมิได้มีหน้าที่ดูแลผู้เสียหาย ทั้งขณะเกิดเหตุเป็นเวลาพักกลางวัน และเหตุเกิดนอกห้องเรียน จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 นั้น เห็นว่า ขณะเกิดเหตุ จำเลยเป็นครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ในสายชั้นเรียนให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยใช้ผู้เสียหายให้นำผ้าไปซักในห้องน้ำเกิดเหตุ เป็นที่เห็นได้ว่าขณะนั้นผู้เสียหายซึ่งเป็นศิษย์อยู่ในความดูแลของจำเลย ทั้งต้องเชื่อฟังจำเลยด้วย เมื่อจำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหายในขณะนั้น จำเลยจึงต้องรับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 ประกอบมาตรา 285 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับ 10,000 บาท อีกสถานหนึ่งให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 3 ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง เป็นเวลา 3 ปี และให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรมีกำหนด 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9890/2552 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นายพิรุณ ศรีนวล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ · จำเลย - นายพิรุณ ศรีนวล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรศักดิ์ สุวรรณประกร · ชำนาญ รวิวรรณพงษ์ · สุรพันธุ์ ละอองมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายนัฐวุฒิ มหาเจริญสิริ · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายชลิต กฐินะสมิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.139/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6215/2556ฎีกา 1218/2530ฎีกา 6336/2557ฎีกา 949/2530ฎีกา 2084/2531ฎีกา 8595/2553ฎีกา 117/2534ฎีกา 3577/2551ฎีกา 851/2487ฎีกา 1839/2538ฎีกา 2568-2569/2526ฎีกา 3277/2566ฎีกา 1043/2519ฎีกา 262/2530ฎีกา 1189/2531ฎีกา 2008/2521ฎีกา 703-704/2473ฎีกา 6345/2537ฎีกา 1958/2518ฎีกา 7986/2540ฎีกา 421/2546ฎีกา 3110/2551ฎีกา 1730/2506ฎีกา 219/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา