คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 678/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถอนคำร้องทุกข์ในความผิดอันยอมความได้ ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป แต่ไม่มีผลต่อความผิดที่มิใช่ความผิดอันยอมความได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหาความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร ตาม ป.อ. มาตรา 284 และข้อหาความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 279 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนักตาม ป.อ. มาตรา 279 เมื่อต่อมามารดาผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์แทนผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์แล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องสำหรับข้อหาความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร อันเป็นความผิดอันยอมความได้ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) ชอบที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 จะพิพากษาให้จำหน่ายคดีเฉพาะข้อหาความผิดฐานนี้ออกจากสารบบความเท่านั้น ส่วนข้อหาความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไม่ใช่ความผิดอันยอมความได้ การถอนคำร้องทุกข์ไม่เป็นผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในความผิดฐานนี้ระงับไปด้วยแต่อย่างใด เมื่อศาลชั้นต้นได้กำหนดโทษจำเลยตามข้อหาความผิดฐานนี้มาแล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงต้องพิจารณาและพิพากษาว่าสมควรลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษแก่จำเลยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองหรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาให้จำหน่ายคดีในข้อหาความผิดฐานนี้จากสารบบความด้วย จึงไม่ชอบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร และฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน ๑๕ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๙ , ๒๘๔
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๙ วรรคแรก , ๒๘๔ วรรคแรก ประกอบมาตรา ๘๓ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนักฐานร่วมกันกระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๙ วรรคแรก ประกอบมาตรา ๘๓ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว จำคุกคนละ ๑ ปี
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษาให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหาความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๔ และข้อหาความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๙ เมื่อมารดาผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์แทนผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์แล้ว สำหรับความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๔ อันเป็นความผิดอันยอมความได้ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ชอบที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ จะพิพากษาจำหน่ายคดีเฉพาะข้อหาความผิดฐานนี้ออกจากสารบบความเท่านั้น ส่วนข้อหาความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน ๑๕ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๙ ไม่ใช่ความผิดอันยอมความได้ การถอนคำร้องทุกข์จึงไม่เป็นผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปด้วย และเมื่อศาลชั้นต้นได้กำหนดโทษจำเลยทั้งสองตามข้อหาความผิดฐานนี้แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ ต้องพิจารณาและพิพากษาว่าสมควรลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษแก่จำเลยทั้งสองหรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษาให้จำหน่ายคดีในข้อหาความผิดฐานนี้จากสารบบความด้วย จึงไม่ชอบ
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘ ในส่วนที่ให้จำหน่ายคดีข้อหาความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน ๑๕ ปี ตาม ป.อ. มาตรา ๒๗๙ วรรคแรก จากสารบบความ และให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิจารณาพิพากษาในข้อหาความผิดฐานนี้ตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองต่อไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘.
(สมชาย พงษธา - ประสพสุข บุญเดช - จรัส พวงมณี)
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 678/2545
พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์
นายพิทักษ์หรือทัก ทองเจือ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต · จำเลย - นายพิทักษ์หรือทัก ทองเจือ กับพวก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายสมเลข สุวรรณนิมิตร · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นางนพวรรณ อินทรัมพรรย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา