⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 11723/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11723/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การคำนวณยอดหนี้ตามคำพิพากษาต้องถูกต้องแม่นยำ โดยศาลควรไต่สวนให้สิ้นกระแสความก่อนออกคำบังคับ.

ย่อคำพิพากษา

การคิดคำนวณยอดหนี้ตามคำพิพากษาตามที่โจทก์แถลงขอออกคำบังคับและตามที่ศาลชั้นต้นให้เจ้าหน้าที่การเงินของศาลคำนวณแตกต่างกัน ซึ่งศาลชั้นต้นควรจะไต่สวนให้สิ้นกระแสความเสียก่อนว่า ยอดหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกามีจำนวนเท่าใดแน่ ศาลฎีกาพิพากษาย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นคำนวณยอดหนี้ใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลฎีกาพิพากษาให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าทดแทน 51,198,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทประจำของธนาคารออมสิน แต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 10.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 7 มีนาคม 2538 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท วันที่ 30 พฤษภาคม 2545 จำเลยที่ 1 นำเงินจำนวน 73,786,347.20 บาท มาวางศาลเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา และโจทก์มาขอรับเงินดังกล่าวไปจากศาลแล้ว ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ตามคำพิพากษาที่ยังขาดอยู่เป็นเงิน 2,083,334.26 บาท เนื่องจากจำเลยทั้งสองคิดดอกเบี้ยไม่ถูกต้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกคำบังคับตามขอ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้อง ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำบังคับ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า การคิดคำนวณยอดหนี้ตามคำพิพากษาตามที่โจทก์แถลงขอออกคำบังคับและตามที่ศาลชั้นต้นให้เจ้าหน้าที่การเงินของศาลคำนวณจึงแตกต่างกัน ซึ่งศาลชั้นต้นควรจะไต่สวนให้สิ้นกระแสความเสียก่อนว่า ยอดหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกามีจำนวนเท่าใดแน่ และเมื่อหักจากเงินที่จำเลยทั้งสองวางต่อศาลจำนวน 74,037,897.20 บาทแล้ว คงเหลือเงินที่ต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาอีกเท่าใด จึงเห็นสมควรให้ศาลชั้นต้นคิดคำนวณยอดหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาใหม่แล้วบังคับคดีต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาคณะคดีปกครองไม่เห็นพ้องด้วย เมื่อศาลชั้นต้นยังต้องคิดคำนวณยอดหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาใหม่แล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาอื่นของจำเลยทั้งสองอีกต่อไป พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นคำนวณยอดหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาใหม่โดยในการคำนวณดอกเบี้ยให้ใช้ดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำ (ซึ่งไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำรายเดือนยกเว้นภาษี) ของธนาคารออมสินที่มีผลใช้บังคับในแต่ละช่วงเวลาซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามประกาศของธนาคารออมสินแต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10.5 ต่อปี แล้วดำเนินการบังคับตามคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11723/2553 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร มงคล · นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · รัตน กองแก้ว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวรนันท์ ประถมปัทมะ · ศาลอุทธรณ์ - นายเอกชัย เหลี่ยมไพศาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำปค.35/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1506/2542ฎีกา 171/2513ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 1368/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 1388/2500ฎีกา 3781/2545ฎีกา 684/2488ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1427/2514ฎีกา 403/2530ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1485/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา