คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11735/2553
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
มูลหนี้ตามสัญญาซื้อขายที่กำหนดให้ชำระเมื่อได้รับมอบสิ่งของครบถ้วน จะมีกำหนดชำระเมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสิ่งของให้ผู้ซื้อครบถ้วนแล้วเท่านั้น และอายุความจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้ซื้อได้รับมอบสิ่งของครบถ้วน.
ย่อคำพิพากษา
สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยระบุว่า เงินค่าซื้อขายส่วนที่เหลือจะจ่ายให้เมื่อจำเลยได้รับมอบสิ่งของที่สั่งซื้อไว้ครบถ้วนแล้ว แสดงว่ามูลหนี้ตามสัญญาซื้อขายนี้ถึงกำหนดชำระต่อเมื่อโจทก์ได้ส่งมอบสิ่งของที่สั่งซื้อให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว เมื่อโจทก์ส่งมอบสิ่งของที่สั่งซื้อให้จำเลย 2 ครั้ง อายุความจึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่จำเลยได้รับมอบสิ่งของที่สั่งซื้อครบถ้วนในครั้งที่ 2 จะนับอายุความแยกเป็นแต่ละครั้งที่มีการส่งมอบสิ่งของที่สั่งซื้อไม่ได้ จำเลยได้รับมอบสิ่งของที่สั่งซื้อครบถ้วนในครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2541 นับถึงวันฟ้องวันที่ 1 ธันวาคม 2542 ยังไม่เกิน 2 ปี สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในมูลหนี้ค่าสินค้าที่โจทก์ส่งมอบให้จำเลยในครั้งแรกจึงไม่ขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 281,328.12 บาท แก่โจทก์
จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 265,568.64 บาทให้แก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 9,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่น นอกจากนี้ให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 6,000 บาท แทนโจทก์
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในมูลหนี้ค่าสินค้าจำนวน 11 รายการ ที่โจทก์ส่งมอบให้จำเลยครั้งแรกในวันที่ 24 ตุลาคม 2540 ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 อายุความให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ เป็นต้นไป ซึ่งก็คือเวลาที่หนี้ถึงกำหนดชำระ เมื่อพิจารณาแบบสัญญาซื้อขายซึ่งระบุรายละเอียดการตรวจรับสิ่งของที่สั่งซื้อ และข้อ 6.2 ระบุว่า "เงินที่เหลือจำนวน 1,385,000 บาท จะจ่ายให้เมื่อผู้ซื้อได้รับมอบสิ่งของตามข้อ 5 ไว้โดยครบถ้วนแล้ว" แสดงว่ามูลหนี้ตามสัญญาซื้อขายนี้ถึงกำหนดชำระต่อเมื่อโจทก์ได้ส่งมอบสิ่งของที่สั่งซื้อให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์ส่งมอบสิ่งของที่สั่งซื้อให้จำเลย 2 ครั้ง อายุความจึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่จำเลยได้รับมอบสิ่งของที่สั่งซื้อครบถ้วนในครั้งที่ 2 จะนับอายุความแยกเป็นแต่ละครั้งที่มีการส่งมอบสิ่งของที่สั่งซื้อไม่ได้ ดังนั้น เมื่อโจทก์ส่งมอบสินค้าที่สั่งซื้อให้จำเลยครั้งแรกในวันที่ 24 ตุลาคม 2540 ซึ่งยังไม่ครบจำนวน จึงไม่อาจเริ่มนับอายุความได้ ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่จำเลยได้รับมอบสิ่งของที่สั่งซื้อครบถ้วนในครั้งที่ 2 คือวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2541 เมื่อนับถึงวันฟ้องวันที่ 1 ธันวาคม 2542 ยังไม่เกิน 2 ปี สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในมูลหนี้ค่าสินค้าที่โจทก์ส่งมอบให้จำเลยในครั้งแรกจึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น...
พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในชั้นฎีกา 5,000 บาท แทนโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11735/2553
บริษัทเค.เอส.พี. อินเตอร์เคม จำกัด โจทก์
กรมอาชีวศึกษา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเค.เอส.พี. อินเตอร์เคม จำกัด · จำเลย - กรมอาชีวศึกษา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ณรงค์ ธนะปกรณ์ · พันวะสา บัวทอง · พิศล พิรุณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นางสาวปาริชาติ พันธุ์พานิช · ศาลอุทธรณ์ - นายสมภพพิสิษฐ สุขพิสิฐ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.1759/2549 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา