⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 13124/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13124/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอคุ้มครองชั่วคราวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 254 (2) ต้องเป็นการห้ามมิให้กระทำซ้ำซึ่งการละเมิดหรือการผิดสัญญา หรือการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง หรือเป็นการห้ามชั่วคราวมิให้จำเลยโอน ขาย ยักย้าย หรือจำหน่ายซึ่งทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลย หรือมีคำสั่งให้หยุดหรือป้องกันการเปลืองไปเปล่าหรือบุบสลายซึ่งทรัพย์สินดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

การขอคุ้มครองชั่วคราวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 254 (2) จะต้องเป็นการห้ามมิให้กระทำซ้ำซึ่งการละเมิดหรือการผิดสัญญา หรือการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง หากกรณีไม่ใช่เรื่องดังกล่าว จะต้องเป็นการห้ามชั่วคราวมิให้จำเลยโอน ขาย ยักย้าย หรือจำหน่ายซึ่งทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลย หรือมีคำสั่งให้หยุดหรือป้องกันการเปลืองไปเปล่าหรือบุบสลายซึ่งทรัพย์สินดังกล่าว คำร้องของโจทก์อ้างว่า จำเลยที่ 1 พยายามจะให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท โดยขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการขอจัดหาผลประโยชน์ในที่ดินพิพาทต่อกระทรวงมหาดไทย หากดำเนินการจนกรรมสิทธิ์ตกเป็นของจำเลยที่ 1 โจทก์จะได้รับความเสียหายยากที่จะดำเนินการให้ที่ดินกลับมาเป็นของโจทก์ แม้ศาลพิพากษาว่าโจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองแต่โจทก์ก็ยังมีสิทธิซื้อที่ดินพิพาทก่อนจำเลยที่ 1 คำร้องของโจทก์ไม่เข้าเหตุดังกล่าวข้างต้น เพราะจำเลยที่ 1 ไม่ได้พยายามโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่บุคคลอื่นแต่อย่างใด จึงไม่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมายที่จะขอคุ้มครองชั่วคราวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 กับบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 76,274,100 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดถึงวันฟ้องจำนวน 2,350,800 บาท รวมเป็นเงิน 78,624,900 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 76,274,100 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 1 พยายามที่จะให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท โดยขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการขอจัดหาผลประโยชน์ในที่ดินพิพาทต่อกระทรวงมหาดไทย หากจำเลยที่ 1 ดำเนินการจนที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 โจทก์จะได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก โดยหากศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ย่อมเป็นการยากที่จะดำเนินการให้ที่ดินกลับมาเป็นของโจทก์อีก ทำให้โจทก์เสียสิทธิในที่ดินพิพาทตามกฎหมาย แม้หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าโจทก์ไม่มีสิทธิครอบครอง แต่โจทก์ก็ยังมีสิทธิซื้อที่ดินพิพาทก่อนจำเลยที่ 1 จึงขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ไต่สวนคำร้อง และมีคำสั่งห้ามจำเลยที่ 1 ดำเนินการต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทจนกว่าศาลจะพิพากษาคดีถึงที่สุด ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีเหตุตามกฎหมายที่จะสั่งใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาหรือไม่ ที่โจทก์ฎีกาว่า คดีมีประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามฟ้องหรือไม่ การที่จำเลยที่ 1 พยายามดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยไม่รอคำพิพากษาอันถึงที่สุดก่อน หากจำเลยที่ 1 ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท และภายหลังมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ย่อมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงมีเหตุที่จะขอคุ้มครองชั่วคราวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (2) นั้น เห็นว่า โจทก์เพียงแต่คาดการณ์เอาเท่านั้นว่าจำเลยที่ 1 อาจจะได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ทั้งการขอคุ้มครองชั่วคราวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (2) นั้น จะต้องเป็นการห้ามมิให้กระทำซ้ำซึ่งการละเมิดหรือการผิดสัญญา หรือการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง หากกรณีไม่ใช่เรื่องดังกล่าวแล้ว จะต้องเป็นการห้ามชั่วคราวมิให้จำเลยโอนขาย ยักย้าย หรือจำหน่ายทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลย หรือมีคำสั่งให้หยุดหรือป้องกันการเปลืองไปเปล่าหรือบุบสลายซึ่งทรัพย์สินดังกล่าว แต่กรณีตามคำร้องและฎีกาของโจทก์นี้ ไม่เข้าเหตุดังกล่าวข้างต้น เพราะจำเลยที่ 1 ไม่ได้พยายามโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่บุคคลอื่นแต่อย่างใด จึงไม่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมายที่จะขอคุ้มครองชั่วคราวได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2660/2538 ที่โจทก์ยกขึ้นอ้างมานั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ จึงไม่อาจนำมาปรับใช้บังคับแก่คดีนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยกคำร้องของโจทก์นั้น ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13124/2553 นายแก่น แซ่อ่อง โจทก์ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแก่น แซ่อ่อง · จำเลย - การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธนฤกษ์ นิติเศรณี · สิริรัตน์ จันทรา · สมยศ เข็มทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายชวลิต สุจริตกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.487/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 9028/2542ฎีกา 2387/2525ฎีกา 3801/2536ฎีกา 6027/2534ฎีกา 952/2539ฎีกา 920/2524ฎีกา 1109/2510ฎีกา 2381/2530ฎีกา 483/2519ฎีกา 1068/2522ฎีกา 2177/2543ฎีกา 8200/2567ฎีกา 247/2525ฎีกา 1343/2538ฎีกา 2929/2517ฎีกา 2724/2541ฎีกา 1634/2526ฎีกา 6619/2545ฎีกา 558/2528ฎีกา 3883-3884/2559ฎีกา 176/2494ฎีกา 1001/2529ฎีกา 1868/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา