⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 13669/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13669/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอทุเลาการบังคับคดีอยู่ในอำนาจของศาลชั้นที่พิจารณาคดีนั้น และคำสั่งของศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับการทุเลาการบังคับคดีไม่อยู่ในบังคับของการอุทธรณ์หรือฎีกา

ย่อคำพิพากษา

ป.วิ.พ. กำหนดให้การขอทุเลาการบังคับคดี อยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 5 จะอนุญาตให้ทุเลาการบังคับภายใต้บังคับเงื่อนไขใดๆ ก็ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 เป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดวิธีการไว้เป็นพิเศษ ไม่อยู่ในบังคับแห่งการอุทธรณ์และฎีกาอย่างเรื่องอื่นๆ จำเลยที่ 1 จึงฎีกาคำสั่งเกี่ยวกับการขอทุเลาการบังคับของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ต่อศาลฎีกาไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.231

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 พร้อมทั้งบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 87746 ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และงดใช้ทางเข้าออกผ่านที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 87748 และ 87751 ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน กับให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 300,000 บาท นับจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 9 มีนาคม 2549) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสามจะขนย้ายทรัพย์สินหรือบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ และงดใช้ที่ดินของโจทก์เป็นทางเข้าออก กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 20,000 บาท ยกฟ้องแย้งจำเลยที่ 1 ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำสั่งว่า ถ้าจำเลยที่ 1 นำค่าเสียหายที่จะต้องชำระให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น นับแต่วันฟ้องจนถึงวันที่ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 นี้มาวางไว้ต่อศาลชั้นต้นภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาหรือคำสั่งแก้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 5 โดยให้ทุเลาการบังคับจำเลยที่ 1 ไว้ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 หรือให้จำเลยที่ 1 นำค่าเสียหายตามจำนวนที่ศาลฎีกาเห็นสมควรมาวางศาลเป็นประกันระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 นั้น เห็นว่า การขอทุเลาการบังคับกฎหมายกำหนดวิธีการให้อยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 5 กฎหมายไม่ประสงค์จะให้ศาลฎีกาไปเกี่ยวข้องกับการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 5 จะอนุญาตให้ทุเลาการบังคับภายใต้บังคับเงื่อนไขใดๆ ก็ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 วรรคสี่ และการขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 เป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดวิธีการไว้เป็นพิเศษ ไม่อยู่ในบังคับแห่งการอุทธรณ์และฎีกาอย่างเรื่องอื่นๆ จำเลยที่ 1 จะฎีกาคำสั่งเกี่ยวกับการขอทุเลาการบังคับของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาจำเลยที่ 1 จึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 1 ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13669/2553 บริษัทเอส ดี แอล เทรดดิ้ง จำกัด โจทก์ นายอนุชา อังศุสิงห์ กับพวก โจทก์ร่วม บริษัทชลกานต์ วอเตอร์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเอส ดี แอล เทรดดิ้ง จำกัด · โจทก์ร่วม - นายอนุชา อังศุสิงห์ กับพวก · จำเลย - บริษัทชลกานต์ วอเตอร์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลียว พลวิเศษ · ตรีวุฒิ สาขากร · ธีระพงศ์ จิระภาค
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 360/2490ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 793/2507ฎีกา 3589/2525ฎีกา 4085/2546ฎีกา 2467/2536ฎีกา 1256/2518ฎีกา 11216/2555ฎีกา 12104/2553ฎีกา 7084-7289/2548ฎีกา 1067/2522ฎีกา 4783/2543ฎีกา 1565/2530ฎีกา 4309/2534ฎีกา 1005/2542ฎีกา 1475/2521ฎีกา 2276/2536ฎีกา 1707/2524ฎีกา 2419/2537ฎีกา 1327/2522ฎีกา 8876/2551ฎีกา 3438/2533ฎีกา 760/2530ฎีกา 1905/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ