⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 15690/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15690/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องทุกข์ในคดีอาญาไม่จำเป็นต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ สามารถทำได้ทั้งโดยวาจาและหนังสือ โดยมีสาระสำคัญอยู่ที่การมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการร้องทุกข์แทน ซึ่งหากไม่มีข้อสงสัยหรือการโต้แย้งเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของใบมอบอำนาจ ให้ถือว่าการมอบอำนาจนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ย่อคำพิพากษา

การร้องทุกข์ในคดีอาญา กฎหมายมิได้กำหนดแบบการร้องทุกข์ไว้ จึงอาจร้องทุกข์ด้วยวาจาหรือหนังสือก็ได้ สาระสำคัญจึงอยู่ที่ว่าโจทก์ร่วมมอบอำนาจให้นายวิโรจน์ร้องทุกข์จริงหรือไม่เท่านั้น เมื่อศาลมิได้สงสัยและจำเลยไม่ได้ให้การหรือนำสืบต่อสู้แสดงเหตุอันควรสงสัยว่าใบมอบอำนาจไม่ใช่ใบมอบอำนาจอันแท้จริง ถือว่าโจทก์ร่วมมอบอำนาจตามใบมอบอำนาจให้ร้องทุกข์โดยชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.36 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนเงินจำนวน 510,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณานายอิคูโอะ โคบายชิ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 (ที่ถูก มาตรา 352 วรรคแรก) จำคุก 1 ปี และให้จำเลยคืนเงินจำนวน 510,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและยังคงให้ลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าวศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การมอบอำนาจของโจทก์ร่วมให้นายวิโรจน์ร้องทุกข์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 47 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า นายวิโรจน์เบิกความว่าส่งเอกสารมอบอำนาจให้โจทก์ร่วมลงลายมือชื่อที่ประเทศญี่ปุ่น และส่งทางไปรษณีย์กลับมาโดยไม่มีการรับรองจากกงสุลไทยหรือโนตารีปับลิกรับรอง เท่ากับจำเลยยกข้อต่อสู้แสดงเหตุอันควรสงสัยว่าไม่ใช่หนังสือมอบอำนาจที่แท้จริงนั้น เห็นว่า การร้องทุกข์ในคดีอาญากฎหมายมิได้กำหนดแบบการร้องทุกข์ไว้ จึงอาจร้องทุกข์ด้วยวาจาหรือหนังสือก็ได้ สาระสำคัญจึงอยู่ที่ว่าโจทก์ร่วมมอบอำนาจให้นายวิโรจน์ร้องทุกข์จริงหรือไม่เท่านั้น เมื่อศาลมิได้สงสัยและจำเลยมิได้ให้การหรือนำสืบต่อสู้แสดงเหตุอันควรสงสัยว่าใบมอบอำนาจ ไม่ใช่ใบมอบอำนาจอันแท้จริง ถือว่าจำเลยยอมรับว่าโจทก์ร่วมมอบอำนาจตามใบมอบอำนาจแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ร่วมยื่นพยานเอกสารหลังจากสืบพยานโจทก์และจำเลย ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 36 จึงไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงปรากฏตามสำนวนว่า โจทก์ร่วมขอให้ศาลออกหมายเรียกต้นฉบับหรือสำเนาเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขานานาเหนือ ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2547 และเอกสารที่เกี่ยวข้องในการลงลายมือชื่อรับเงินตามเช็คฉบับรับรองสำเนาถูกต้อง ซึ่งโจทก์ได้อ้างส่งสำเนาเช็คดังกล่าวเป็นพยานแล้วตามเช็คเอกสารหมาย จ. 4 ทั้งเมื่อผู้ครอบครองเอกสารได้จัดส่งสำเนาเช็คดังกล่าวต่อศาล ก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมยื่นคำร้องหรือคำแถลงขอส่งเอกสารดังกล่าวเป็นพยานต่อศาล ฎีกาของจำเลยดังกล่าวแม้เป็นข้อกฎหมาย แต่ก็ไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15690/2553 พนักงานอัยการคดีศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายอิคูโอะ โคบายาชิ โจทก์ร่วม นางทิพย์กมล อยู่วารีรักษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการคดีศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา · โจทก์ร่วม - นายอิคูโอะ โคบายาชิ · จำเลย - นางทิพย์กมล อยู่วารีรักษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์ · วีระชาติ เอี่ยมประไพ · สมชาย พันธุมะโอภาส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา - นายภูวภาคย์ สิริโพธิกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสมพงศ์ แพนเดช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.3299/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 1588/2479ฎีกา 4276/2534ฎีกา 7988/2551ฎีกา 5332/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 4549/2540ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1170/2505ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 3181/2532ฎีกา 203/2511ฎีกา 674/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา