⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2120/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2120/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 กระทำได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ต่อศาลฎีกากระทำได้เฉพาะกรณีที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 (1) - (5) เท่านั้น คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินต่าง ๆ ที่อ้างว่าเป็นของจำเลยเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 288 มิใช่กรณีที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าว การอุทธรณ์หรือฎีกาต้องเป็นไปตามลำดับชั้นของศาล ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลฎีกาจึงไม่ถูกต้อง แต่เนื่องจากคู่ความได้สืบพยานมาเสร็จสิ้น พยานหลักฐานเพียงพอแก่การวินิจฉัยแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปโดยไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ม.45

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 5,871,443.82 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2536 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินต่าง ๆ ที่บ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 3 ถนนพลดำริ ตำบลบางเลน อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลย เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดนั้นเป็นของผู้ร้องมิใช่ของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธินำยึด ขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึดคืนแก่ผู้ร้อง โจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วพิพากษายกคำร้อง ให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา45 บัญญัติให้อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา จึงให้ส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการส่งศาลฎีกาต่อไป ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลฎีกาโดยวินิจฉัยว่ากรณีต้องด้วยพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 ที่ให้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกานั้น เห็นว่า การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการต่อศาลฎีกานั้นกระทำได้เฉพาะกรณีที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 45 (1) - (5) เท่านั้น แต่คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินต่าง ๆ ที่อ้างว่าเป็นของจำเลยเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 มิใช่กรณีที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าว การอุทธรณ์หรือฎีกาต้องเป็นไปตามลำดับชั้นของศาล ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลฎีกาจึงไม่ถูกต้อง แต่เนื่องจากคู่ความได้สืบพยานมาเสร็จสิ้น พยานหลักฐานเพียงพอแก่การวินิจฉัยแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปโดยไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า ทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องไม่มีหลักฐานใดมาแสดงว่าทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้อง ทั้งตามรายงานการยึดทรัพย์และรายงานการยึดทรัพย์ครั้งที่ 1 นายสมจิตได้ร่วมกับผู้แทนโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีตรวจทรัพย์สินและนำชี้ยึด และทรัพย์สินที่ถูกยึดเจ้าพนักงานบังคับคดีได้มอบให้นายสมจิตเป็นผู้เก็บรักษาไว้ ณ ที่ทำการยึด โดยนายสมจิตไม่ได้โต้แย้งว่าเป็นทรัพย์สินของผู้ร้องทั้งที่นายสมจิตเป็นกรรมการผู้ร้องและเบิกความอ้างว่านายสมจิตเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินที่ถูกยึดโดยใช้เงินส่วนตัวพยานหลักฐานผู้ร้องจึงฟังไม่ได้ว่าทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2120/2553 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.ซี.การโยธา โจทก์ บริษัทไดนาสตี้ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ผู้ร้อง บริษัทไดนาสตี้กอล์ฟแอนด์คันทรี่คลับ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.ซี.การโยธา · ผู้ร้อง - บริษัทไดนาสตี้ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด · จำเลย - บริษัทไดนาสตี้กอล์ฟแอนด์คันทรี่คลับ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชำนาญ รวิวรรณพงษ์ · สุรศักดิ์ สุวรรณประกร · สุรพันธุ์ ละอองมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายเกียรติศักดิ์ พุ่มเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายอธิคม อินทุภูติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1849/2549

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 2520/2544ฎีกา 2987/2566ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1492/2510ฎีกา 1733/2498ฎีกา 1660/2518ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2898/2538ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา