⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2318/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2318/2553

ฉ้อโกงประชาชน

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พ.ศ.2534 ได้ ผู้กระทำจะต้องมีเจตนาจัดให้มีการเล่นแชร์หรือเป็นนายวงแชร์ที่แท้จริง หากเพียงแต่อ้างการจัดให้มีการเล่นแชร์มาเป็นข้อหลอกลวงเพื่อให้ได้เงินค่างวดแชร์ โดยไม่มีเจตนาจัดให้มีการเล่นแชร์ตามกฎหมาย ก็ไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การเล่นแชร์ฯ

ย่อคำพิพากษา

การกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 4, 6 (1) (2), 17 ผู้กระทำจะต้องมีเจตนาจัดให้มีการเล่นแชร์หรือเป็นนายวงแชร์ที่แท้จริง ดังนี้ แม้ตามคำฟ้องตอนต้นระบุว่า จำเลยเป็นนายวงแชร์ 7 วง อันเป็นการจัดให้มีการเล่นแชร์มากกว่าสามวงและมีสมาชิกวงแชร์รวมกันทุกวงมากกว่าสามสิบคน และกระทำความผิดฐานฉ้อโกงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งเกี่ยวกับการจัดตั้งวงแชร์ของจำเลยต่อผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 7 และประชาชนทั่วไป แต่ในคำฟ้องต่อไปได้อธิบายถึงพฤติการณ์ของจำเลยว่า ความจริงจำเลยไม่มีสมาชิกครบตามจำนวนวงแชร์ดังที่จำเลยแจ้งต่อผู้เสียหายทั้งเจ็ดและผู้อื่น แต่จำเลยอ้างหรือจัดตั้งชื่อผู้มีชื่อขึ้นมาเป็นสมาชิกเพื่อให้ครบตามจำนวนสมาชิกวงแชร์ อันเป็นความเท็จ โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตเพื่อให้ผู้เสียหายทั้งเจ็ดและผู้อื่นหลงเชื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกวงแชร์เพื่อให้จำเลยได้เงินค่างวดแชร์จากผู้เสียหายแต่ละคน แสดงว่าจำเลยเพียงแต่อ้างการจัดให้มีการเล่นแชร์มาเป็นข้อหลอกลวงเพื่อให้ได้เงินค่างวดแชร์ จำเลยมิได้มีเจตนาจัดให้มีการเล่นแชร์อันเป็นองค์ประกอบความผิดตามที่โจทก์ระบุในตอนต้นของคำฟ้อง ทั้งตามฟ้องโจทก์มิได้บรรยายชัดแจ้งว่าบุคคลที่เข้าร่วมเล่นแชร์กับจำเลยและผู้เสียหายทั้งเจ็ดในแต่ละวงที่แท้จริงมีจำนวนเท่าใด จึงยังฟังไม่ได้ว่าเป็นกรณีมีบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปตกลงกันเป็นสมาชิกวงแชร์อันจะเป็นการเล่นแชร์ตาม พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 4 ดังนี้ แม้จำเลยให้การรับสารภาพ เมื่อพฤติการณ์ของจำเลยตามที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องไม่อาจถือเป็นความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าวย่อมไม่อาจลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายอาญา ม.343 พระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ.2534 ม.4 พระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ.2534 ม.6 พระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ.2534 ม.17

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 341, 343 พระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 มาตรา 4, 6, 17 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินรวมทั้งสิ้น 105,000 บาท แก่ผู้เสียหายทุกคน และนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 318/2547 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ก่อนสืบพยาน จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก พระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 มาตรา 6 (1) (2), 17 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเป็นนายวงแชร์จัดให้มีการเล่นแชร์มีจำนวนวงแชร์รวมกันมากกว่าสามวงและมีสมาชิกรวมกันทุกวงมากกว่าสามสิบคน จำคุก 3 เดือน และฐานฉ้อโกงประชาชน จำคุกกระทงละ 6 เดือนรวม 7 กระทง เป็นจำคุก 42 เดือน รวมจำคุก 45 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 22 เดือน 15 วัน พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยแล้ว เห็นว่า การกระทำของจำเลยถือเป็นภัยร้ายแรงก่อความเสียหายต่อประชาชนมุ่งเอาแต่ผลประโยชน์ส่วนตนโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่น หลังเกิดเหตุจำเลยตกลงเจรจาชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายเพียงบางคน และได้ชดใช้เป็นเงินจำนวนเล็กน้อย กรณีไม่มีเหตุอันควรรอการลงโทษจำเลย ให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 318/2547 หมายเลขแดงที่ 1171/2549 ของศาลชั้นต้น กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินส่วนที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 16,000 บาท ผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 16,000 บาท ผู้เสียหายที่ 3 จำนวน 16,000 บาท ผู้เสียหายที่ 4 จำนวน 15,000 บาท ผู้เสียหายที่ 5 จำนวน 15,000 บาท ผู้เสียหายที่ 6 จำนวน 15,000 บาท และผู้เสียหายที่ 7 จำนวน 12,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก ส่วนกำหนดโทษในความผิดฐานนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78แล้ว คงจำคุก 21 เดือน ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานเป็นนายวงแชร์จัดให้มีการเล่นแชร์มีจำนวนรวมกันมากกว่าสามวงและจำนวนสมาชิกวงแชร์รวมกันทุกวงมากกว่าสามสิบคนตามพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 มาตรา 6 (1) (2), 17 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 มาตรา 4, 6 (1) (2), 17 การกระทำความผิดดังกล่าวผู้กระทำจะต้องมีเจตนาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์มีจำนวนรวมกันมากกว่าสามวงหรือมีสมาชิกวงแชร์รวมกันทุกวงมากกว่าสามสิบคนโดยผู้กระทำความผิดต้องมีเจตนาจัดให้มีการเล่นแชร์หรือเป็นนายวงแชร์ที่แท้จริง แต่ตามคำฟ้องของโจทก์ได้อธิบายถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดของจำเลยว่า ความจริงจำเลยไม่มีสมาชิกครบตามจำนวนวงแชร์ที่จำเลยจัดตั้งดังที่จำเลยได้แจ้งต่อผู้เสียหายทั้งเจ็ดและผู้อื่น แต่จำเลยอ้างหรือจัดตั้งชื่อผู้มีชื่อขึ้นมาเป็นสมาชิกเพื่อให้ครบตามจำนวนสมาชิกวงแชร์ตามที่ได้กล่าวอ้างกับผู้เสียหายทั้งเจ็ดและผู้อื่น อันเป็นข้อความเท็จ โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตเพื่อให้ผู้เสียหายทั้งเจ็ดและผู้อื่นหลงเชื่อข้อความเท็จดังกล่าวเข้าร่วมเป็นสมาชิกวงแชร์และเพื่อให้จำเลยได้เงินค่างวดแชร์จากผู้เสียหายแต่ละคนใจความตามคำฟ้องโจทก์ที่บรรยายพฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลยดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า จำเลยเพียงแต่อ้างการจัดให้มีการเล่นแชร์มาเป็นข้อหลอกลวงเพื่อให้ได้เงินค่างวดแชร์จากผู้เสียหายทั้งเจ็ดหรือผู้อื่น จำเลยมิได้มีเจตนาจัดให้มีการเล่นแชร์ตามข้อกล่าวอ้างอันเป็นองค์ประกอบความผิดต่อพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 มาตรา 6 (1) (2) ตามที่โจทก์ได้ระบุเกริ่นไว้ในตอนต้นของคำบรรยายฟ้อง ทั้งตามฟ้องโจทก์มิได้บรรยายชัดแจ้งว่าบุคคลที่เข้าร่วมเล่นแชร์กับจำเลยและผู้เสียหายทั้งเจ็ดในแต่ละวงที่แท้จริงมีจำนวนเท่าใด จึงฟังไม่ได้ว่าเป็นกรณีมีบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปตกลงกันเป็นสมาชิกวงแชร์อันจะเป็นการเล่นแชร์ตามพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ดังนี้ แม้จำเลยให้การรับสารภาพว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง เมื่อพฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลยในส่วนของความผิดต่อพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ตามที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องไม่อาจถือเป็นความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าวได้ ย่อมไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานดังกล่าวได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องสำหรับข้อหาดังกล่าวจึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2318/2553 พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นางพิกุล ศรีธงชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - นางพิกุล ศรีธงชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์ · นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · ไชยยงค์ คงจันทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายณเทพ วิจิตรทัศนา · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวิรุฬท์ แสงเทียน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.4501/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 481/2526ฎีกา 725/2567ฎีกา 597/2485ฎีกา 1798/2550ฎีกา 913/2538ฎีกา 164/2553ฎีกา 5557/2555ฎีกา 848/2545ฎีกา 406/2482ฎีกา 1957/2515ฎีกา 3423/2548ฎีกา 13516/2553ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2264/2532ฎีกา 514/2486ฎีกา 1895/2492ฎีกา 199/2547ฎีกา 3775/2527ฎีกา 2027/2536ฎีกา 4018/2542ฎีกา 434-435/2505ฎีกา 6079/2540ฎีกา 3779/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา