⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3044/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3044/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย แม้จะเป็นการรับจ้างขนส่ง ก็ถือเป็นตัวการร่วมกระทำความผิด ไม่ใช่เพียงผู้สนับสนุน. การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการปราบปรามยาเสพติดจนได้รับการลดโทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 100/2 ต้องพิสูจน์ได้ว่าข้อมูลนั้นสำคัญและเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานสามารถขยายผลจนจับกุมผู้กระทำผิดรายอื่นได้. ทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จะริบได้ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 102 เฉพาะที่ใช้เป็นเครื่องมือหรือวัตถุในการกระทำความผิดตามที่ฟ้องเท่านั้น.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยถูกจับขณะที่มีเมทแอมเฟตามีนของกลางอยู่ในความยึดถือครอบครองของจำเลย แม้ฟังว่าจำเลยยึดถือครอบครองเมทแอมเฟตามีนของกลางขณะอยู่ในช่วงระหว่างจำเลยรับขน และเมทแอมเฟตามีนของกลางจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ว่าจ้างก็ถือว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย มิใช่เป็นเพียงผู้สนับสนุน แม้จำเลยจะให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนว่า จำเลยรับจ้างขนเมทแอมเฟตามีนของกลางให้ผู้ว่าจ้าง แต่ในชั้นพิจารณาจำเลยก็นำสืบปฏิเสธว่าคำให้การดังกล่าวเกิดขึ้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เจ้าพนักงานตำรวจทำขึ้นมาเองโดยจำเลยไม่ทราบข้อความและข้อเท็จจริงก็ไม่ได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจได้อาศัยคำให้การของจำเลยขยายผลจนเป็นเหตุให้มีการจับกุมผู้ว่าจ้างมาดำเนินคดี คดียังไม่พอฟังว่าจำเลยได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจหรือพนักงานสอบสวนจึงไม่อาจลงโทษจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นได้ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 100/2 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย มิได้ฟ้องจำเลยฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ฉะนั้น เงินค่าจ้างที่จำเลยได้จากผู้ว่าจ้างในการนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปส่งมอบให้แก่ลูกค้าผู้สั่งซื้อและโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่จำเลยใช้ติดต่อกับผู้ว่าจ้างให้นำเมทแอมเฟตามีนไปส่งมอบให้แก่ลูกค้าผู้สั่งซื้อจึงไม่ใช่เครื่องมือ เครื่องใช้หรือวัตถุอื่นซึ่งจำเลยใช้ในการกระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ดังที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 102 จึงไม่อาจริบได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งริบเงินและโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางจึงไม่ชอบปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความยกขึ้นฎีกาศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.102

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 , 7 , 8 , 15 , 66 , 67 , 100/1 , 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบเมทแอมเฟตามีน เงินสด 10,000 บาท โทรศัพท์เลื่อนที่ของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม ( 2 ) , 66 วรรคสาม , 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตและปรับ 5,000,000 บาท คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน และปรับ 3,333,333 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 , 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับมีกำหนด 2 ปี ริบเมทแอมเฟตามีน เงินสดจำนวน 10,000 บาท และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ปรับจำเลยจำนวน 2,100,000 บาท รวมเป็นจำคุกตลอดชีวิตและปรับ 2,100,000 บาท ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว จำคุก 33 ปี 4 เดือน และปรับ 1,400,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลย และยึดเมทแอมเฟตามีน 4,000 เม็ด เงินสด 10,000 บาท และโทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลข 09 - 1660XXX เป็นของกลาง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการสนับสนุนความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ก่อนจับกุม เจ้าพนักงานตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่าจำเลยจะนำเมทแอมเฟตามีนไปส่งให้แก่ลูกค้าที่ห้างสรรพสินค้าโลตัส พระรามสอง เจ้าพนักงานตำรวจจึงไปดักรอจับกุมและพบเห็นรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นยานพาหนะของจำเลยตามที่รับแจ้งจากสายลับ จอดอยู่ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าดังกล่าว จนต่อมาจำเลยเดินหิ้วถุงพลาสติก 1 ถุง มาที่รถจักรยานยนต์ นำถุงพลาสติกดังกล่าวแขวนไว้ที่มือจับด้านหน้ารถพร้อมกับขึ้นคร่อมเตรียมจะขับรถออกไป เจ้าพนักงานตำรวจจึงเข้าจับกุม และตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนของกลางอยู่ในถุงพลาสติกกับเงินสด 10,000 บาท ที่ตัวจำเลย ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพว่า จำเลยรับจ้างนางหอมนำเมทแอมเฟตามีนไปส่งมอบให้แก่ลูกค้า โดยวันดังกล่าวจำเลยมารับเมทแอมเฟตามีนของกลางและรอคำสั่งจากนางหอมว่าจะให้นำไปส่งมอบให้แก่ผู้ใด แต่จำเลยมาถูกจับเสียก่อน ส่วนเงินสดดังกล่าวเป็นเงินค่าจ้างที่นางหอมมอบให้ เห็นว่า จำเลยถูกจับกุมขณะมีเมทแอมเฟตามีนของกลางอยู่ในความยึดถือครอบครองของจำเลย แม้ฟังว่าจำเลยยึดถือครอบครองเมทแอมเฟตามีนของกลางขณะอยู่ในช่วงระหว่างจำเลยรับจ้างขน และเมทแอมเฟตามีนของกลางจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง ก็ถือว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามฟ้องโจทก์ มิใช่เป็นเพียงผู้สนับสนุนดังจำเลยฎีกา คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยอ้างมา ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ไม่อาจนำมาเทียบเคียงกันได้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อต่อมาว่า มีเหตุสมควรลงโทษจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิด ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 หรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยจะให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนตามบันทึกการจับกุมและบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.3 และ จ.6 ว่า จำเลยรับจ้างขนเมทแอมเฟตามีนของกลางให้นางหอม แต่ในชั้นพิจารณาจำเลยก็นำสืบปฏิเสธว่า คำให้การดังกล่าวเกิดขึ้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เจ้าพนักงานตำรวจทำขึ้นมาเองโดยจำเลยไม่ทราบข้อความ และข้อเท็จจริงก็ไม่ได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจได้อาศัยคำให้การของจำเลยขยายผลจนเป็นเหตุให้มีการจับกุมนางหอมมาดำเนินคดี ที่ร้อยตำรวจตรีนฤทธิ์ ผู้จับกุมเบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยว่า ร้อยตำรวจตรีนฤทธิ์ทราบภายหลังว่ามีการจับกุมนางหอมมาดำเนินคดี ก็ไม่ชี้ชัดว่านางหอมถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมโดยอาศัยตามคำให้การของจำเลยหรือไม่ นางหอมอาจถูกจับเพราะกระทำความผิดคดีอื่น คดียังไม่พอฟังว่าจำเลยได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจ หรือพนักงานสอบสวน จึงไม่อาจลงโทษจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตามบทบัญญัติดังกล่าวได้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และขอริบเงิน 10,000 บาท โดยเงินดังกล่าวเป็นเงินค่าจ้างที่จำเลยได้จากผู้อื่นในการนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปส่งมอบให้แก่ลูกค้า และโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่จำเลยใช้ติดต่อกับผู้ว่าจ้างให้นำเมทแอมเฟตามีนไปส่งมอบให้แก่ลูกค้าผู้สั่งซื้อ เห็นว่า เงินค่าจ้างดังกล่าวเป็นเงินที่จำเลยได้จากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน และโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ใช้สื่อสารในการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ซึ่งโจทก์มิได้ฟ้องจำเลยฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน เงินและโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางจึงไม่ใช่เครื่องมือเครื่องใช้หรือวัตถุอื่น ซึ่งจำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ดังที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 102 จึงไม่อาจริบได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งริบเงิน 10,000 บาท และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางจึงไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความยกขึ้นฎีกาศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอที่ให้ริบเงิน 10,000 บาท และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง โดยให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3044/2553 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายนฤพนธ์หรืออาร์ม คล้ายจินดา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายนฤพนธ์หรืออาร์ม คล้ายจินดา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนอง เล่าศรีวรกต · ศุภชัย สมเจริญ · เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1270/2506ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3578/2531ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7201/2568ฎีกา 2936/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ