คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5808/2553
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้ความสะดวกแก่ผู้อื่นในการมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ถือเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด
ย่อคำพิพากษา
จำเลยรับฝากเมทแอมเฟตามีนไว้จาก จ. โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า จ. มีเจตนานำเมทแอมเฟตามีนของกลางมาส่งมอบให้จำเลยเพื่อจำหน่ายโดยตรงแต่อย่างใดจึงถือไม่ได้ว่า จำเลยมีเจตนาร่วมกับนาง จ. มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามที่โจทก์ฟ้อง คงรับฟังได้เพียงว่า จำเลยให้ความสะดวกแก่ จ. ในการมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนนาง จ. กระทำความผิดเท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 102 ให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง (เดิม), 66 วรรคสอง (เดิม), 102 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต คำให้การของจำเลยในชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำผิดฐานร่วมกับนางจินดาและนางจันทร์สมมีเมทแอมเฟตามีนของกลาง 2 มัดนับจำนวนได้ 4,013 เม็ด น้ำหนักเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 100,917 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่นั้น เห็นว่า พฤติการณ์ที่โจทก์นำสืบคงฟังได้เพียงจำเลยรับฝากเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว ไว้จากนางจินดาและนางจันทร์สมเท่านั้น โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่านางจินดาและนางจันทร์สมมีเจตนานำเมทแอมเฟตามีนของกลางมาส่งมอบให้แก่จำเลยเพื่อจำหน่ายโดยตรงแต่อย่างใด กรณีจึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกับนางจินดาและนางจันทร์สมมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามที่โจทก์ฟ้อง กรณีคงรับฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยให้ความสะดวกแก่นางจินดาและนางจันทร์สมในการมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเท่านั้น จำเลยจึงคงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนนางจินดาและนางจันทร์สมกระทำผิดเท่านั้น ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองศาลวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นตัวการร่วมกระทำผิดด้วยนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยจึงฟังขึ้นบางส่วน
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง (เดิม), 66 วรรคสอง (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 53 ให้ลงโทษจำคุก 33 ปี 4 เดือน คำให้การของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 22 ปี 2 เดือน 20 วัน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5808/2553
พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์
นายปี๋ นาใจ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · จำเลย - นายปี๋ นาใจ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล · ไพโรจน์ วายุภาพ · วิรุฬห์ แสงเทียน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงราย - นายไพฑูรย์ อุ้ยมาก · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายสรศักดิ์ ศรีพิชญาการ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.5465/2550 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา