⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7436/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7436/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ภาระจำยอมที่จดทะเบียนแล้วมีผลผูกพันคู่กรณีและผู้รับโอนที่ดินภารยทรัพย์ เว้นแต่จะมีการเพิกถอนการจดทะเบียนนั้นตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ภาระจำยอมเมื่อจดทะเบียนแล้วมีผลผูกพันตราบเท่าที่ยังไม่มีการยกเลิกเพิกถอนเพราะเป็นทรัพยสิทธิที่ก่อตั้งขึ้นโดยอำนาจของกฎหมายตาม ป.พ.พ.มาตรา 1298 ทั้งจำเลยที่ 2 มิได้ฟ้องแย้งขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนภาระจำยอมเข้ามาในคดีนี้ แต่ฟ้องเป็นอีกคดีหนึ่งต่างหากและคดีดังกล่าวยังไม่มีคำพิพากษาเปลี่ยนแปลง แก้ไขหรือกลับว่าการจดทะเบียนภาระจำยอมไม่ชอบด้วยกฎหมายและให้เพิกถอน จึงต้องฟังว่าการจดะเบียนภาระจำยอมชอบและมีผลผูกพันจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่ความในคดีดังกล่าวและเจ้าของที่ดินภารยทรัพย์ให้ต้องปฏิบัติตาม แม้จำเลยที่ 2 จะอ้างว่าไม่รู้ว่ามีการจดทะเบียนภาระจำยอม ก็ไม่เป็นเหตุให้ยกเว้นความรับผิดในเรื่องทรัพยสิทธิที่จดทะเบียนแล้วได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1298 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนท่อนเหล็กที่นำมาปิดกั้นออกไปจากทางภาระจำยอมโฉนดที่ 46746 และ 54750 ตำบลลำลูกกา (คลองหกวาสายล่างฝั่งเหนือ) อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี หากจำเลยทั้งสองไม่รื้อถอนก็ให้โจทก์เป็นผู้รื้อเอง โดยจำเลยทั้งสองร่วมกันเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อ ห้ามจำเลยทั้งสองกระทำการใดๆ เป็นการปิดกั้นหรือกีดขวางการผ่านเข้าออกของโจทก์และบริวารบนทางภาระจำยอม กับให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 200,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนท่อนเหล็กออกไปจากทางภาระจำยอม จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนท่อนเหล็กที่นำมาปิดกั้นออกไปจากทางภาระจำยอมโฉนดเลขที่ 46746 และ 54750 ตำบลลำลูกกา (คลองหกวาสายล่างฝั่งเหนือ) อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี หากจำเลยทั้งสองไม่รื้อถอนก็ให้โจทก์เป็นผู้รื้อเอง โดยจำเลยทั้งสองร่วมกันเสียค่าใช้จ่าย กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 27 มิถุนายน 2545 ) เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2546 ซึ่งเป็นวันที่ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวกับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกคำขอของโจทก์ที่ว่าถ้าจำเลยทั้งสองไม่รื้อถอนให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนโดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันเสียค่าใช้จ่าย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "....ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 2776 ตั้งอยู่ตำบลลำลูกกา (คลองหกวาสายล่างฝั่งเหนือ) อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ของโจทก์เป็นสามยทรัพย์ได้ภาระจำยอมโดยการจดทะเบียนจากที่ดินภารยทรัพย์ของจำเลยที่ 2 โฉนดเลขที่ 46746 และ 54750 ตั้งอยู่ตำบลลำลูกกา (คลองหกวาสายล่างฝั่งเหนือ) อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เป็นทางเดินทางรถยนต์ ต่อมาจำเลยที่ 2 ฟ้องจำเลยที่ 1 และนายชูแสง ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนภาระจำยอมเป็นอีกคดีหนึ่งโดยอ้างว่า จำเลยที่ 1 ร่วมกับนายชูแสงปลอมหนังสือมอบอำนาจให้จดทะเบียนภาระจำยอม โดยมีโจทก์ยื่นคำร้องสอดเข้าเป็นคู่ความ ในคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยฟังว่าพยานหลักฐานที่นำสืบมาฟังไม่ได้ว่าหนังสือมอบอำนาจให้จดทะเบียนภาระจำยอมเป็นเอกสารปลอม ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีอยู่ระหว่างฎีกา คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ประการแรกว่า การจดทะเบียนภาระจำยอมมีผลผูกพันตราบเท่าที่ยังไม่มีการยกเลิกเพิกถอนเพราะเป็นทรัพยสิทธิที่ก่อตั้งขึ้นโดยอำนาจของกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1298 ทั้งจำเลยที่ 2 มิได้ฟ้องแย้งขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนภาระจำยอมเข้ามาในคดีนี้ แต่ฟ้องเป็นอีกคดีหนึ่งต่างหากและคดีดังกล่าวยังไม่มีคำพิพากษาเปลี่ยนแปลง แก้ไขหรือกลับว่าการจดทะเบียนภาระจำยอมไม่ชอบด้วยกฎหมายและให้เพิกถอน จึงต้องฟังว่าการจดทะเบียน ภาระจำยอมชอบและมีผลผูกพันจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่ความในคดีดังกล่าวและเจ้าของที่ดินภารยทรัพย์ให้ต้องปฏิบัติตาม แม้จำเลยที่ 2 จะอ้างว่าไม่รู้ว่ามีการจดทะเบียนภาระจำยอม ก็ไม่เป็นเหตุให้ยกเว้นความรับผิดในเรื่องทรัพยสิทธิที่จดทะเบียนแล้วได้ ฎีกาจำเลยที่ 2 ในปัญหานี้ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาตามฎีกาจำเลยที่ 2 ประการสุดท้ายว่า สมควรกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เป็นจำนวนเท่าใด เห็นว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดค่าเสียหายในส่วนนี้ให้โจทก์โดยคำนึงถึงทางได้ทางเสียของโจทก์จำเลยทุกประการแล้ว ข้อฎีกาของจำเลยที่ 2 อ้างเพียงจำเลยที่ 2 เป็นผู้ใช้สิทธิโดยสุจริตในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินที่จะป้องกันและขัดขวางผู้ที่จะมาทำให้ทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 เสียหายเท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาท ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 2 ในปัญหานี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7436/2553 บริษัทซี เอ แอนด์ เอ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด โจทก์ นางสมจิตต์ ฉัตรทิวาพร หรือถิ่นประชา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทซี เอ แอนด์ เอ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด · จำเลย - นางสมจิตต์ ฉัตรทิวาพรหรือถิ่นประชา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สิงห์พล ละอองมณี · อร่าม แย้มสอาด · ชุติมนต์ โพธิเดช
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2091/2542ฎีกา 2975/2553ฎีกา 3075/2524ฎีกา 2327/2539ฎีกา 2320/2543ฎีกา 285/2547ฎีกา 2491/2540ฎีกา 4415/2528ฎีกา 1150/2524ฎีกา 536/2536ฎีกา 2789/2537ฎีกา 789/2544ฎีกา 5605/2539ฎีกา 6039/2537ฎีกา 377/2536ฎีกา 1162/2536ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1828/2523ฎีกา 7088/2537ฎีกา 113/2504ฎีกา 6847/2539ฎีกา 1730/2503ฎีกา 640/2510ฎีกา 1525/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ