คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8087/2553
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับซื้อของโจรโดยมีเจตนาพิเศษเพื่อขายหรือแลกเปลี่ยนอันเป็นการแสวงหาผลกำไรเป็นปกติธุระ เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคสอง หากไม่มีเจตนาพิเศษดังกล่าว การกระทำนั้นเป็นเพียงความผิดตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคแรก
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับของโจรเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อค้ากำไรตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคสอง เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยรับซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของกลางโดยมีเจตนาพิเศษเพื่อขายหรือแลกเปลี่ยนอันเป็นการแสวงหาผลกำไรเป็นปกติธุระ การกระทำของจำเลยจึงคงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคแรก เท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง และสั่งคืนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของกลางแก่ผู้เสียหาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง จำคุก 6 ปี คืนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของกลางแก่ผู้เสียหาย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2542 เวลากลางคืนหลังเที่ยงถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2542 เวลากลางคืนก่อนเที่ยงต่อเนื่องกัน มีคนร้ายหลายคนร่วมกันลักเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสองเครื่องของบริษัทนำแสงจักรกล จำกัด ผู้เสียหาย ซึ่งอยู่ในความครอบครองของบริษัทซีโร่ - จี จำกัด ไป ต่อมาวันที่ 19 พฤษภาคม 2542 จำเลยซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดังกล่าวจากดาบตำรวจสุโกมลในราคา 360,000 บาท
คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่า จำเลยรับซื้อไว้โดยสุจริตไม่รู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ถูกลักมาตามที่จำเลยฎีกาหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าบริษัทซีโร่ - จี จำกัด เช่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองเครื่องจากผู้เสียหายเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2542 ซึ่งเป็นเวลาก่อนเกิดเหตุเพียง 1 เดือนเศษ โดยประเมินราคาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองเครื่องไว้รวมกันเป็นมูลค่า 900,000 บาท ทั้งจำเลยเองก็เบิกความรับว่า ในวันที่จำเลยไปตรวจสอบสภาพเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดังกล่าว ดาบตำรวจสุโกมลเสนอขายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองเครื่องแก่จำเลยในราคา 700,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับที่ผู้เสียหายประเมินราคาไว้ นอกจากนี้ยังปรากฏจากคำให้การในชั้นสอบสวนของนายพิสิฐว่า ก่อนเกิดเหตุพยานกับจำเลยเคยเดินทางผ่านบริษัทซีโร่ - จี จำกัด จำเลยชี้ให้พยานดูเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของกลางและบอกว่า หากพยานลักมาทาสีใหม่แล้วขายให้จำเลย จำเลยจะรับซื้อในราคาไม่ต่ำกว่า 300,000 บาทเศษ หลังจากที่พยานลักเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองเครื่องได้แล้ว พยานได้ทาสีใหม่ทับสีเดิมและบอกขายให้จำเลย จำเลยตรวจดูเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดังกล่าวแล้วจำได้ว่าเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่จำเลยเคยเห็นอยู่ที่บริษัทซีโร่ - จี จำกัด และรู้ดีว่าพยานลักเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองเครื่องมาจากบริษัทนั้น จำเลยจึงรับซื้อไว้ในราคาถูกกว่าปกติ คำให้การในชั้นสอบสวนของนายพิสิฐเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า จำเลยรับซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองเครื่องโดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการลักทรัพย์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 นำข้อเท็จจริงตามคำให้การในชั้นสอบสวนของนายพิสิฐมาคำนึงประกอบกับพฤติการณ์ที่จำเลยซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของกลางในราคาถูกกว่าที่ควรแล้วเชื่อว่าจำเลยซื้อไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการลักทรัพย์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานรับของโจรเพื่อค้ากำไรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยรับซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของกลางโดยมีเจตนาพิเศษเพื่อขายหรือแลกเปลี่ยนอันเป็นการแสวงหาผลกำไรเป็นปกติธุระ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง คงเป็นความผิดตามมาตรา 357 วรรคแรก เท่านั้น...
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 3 ปี การที่จำเลยเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานตำรวจ และคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8087/2553
พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์
นายสมรวย เลปสัมพันธ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นายสมรวย เลปสัมพันธ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กำพล ภู่สุดแสวง · ยงยุทธ สุเรนทร์รังสิกุล · ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นางกนกวรรณ ดลนิมิตสกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายชาตรี สุริยะวิจิตรวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.3310/2549 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา