⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6724/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6724/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์จากการขายทอดตลาดร้องขอให้ศาลออกคำบังคับให้บริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษาออกไปจากอสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นการบังคับคดีตามคำบังคับที่ออกให้แก่ผู้ซื้อ ไม่ใช่การบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิม จึงไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับของอายุความในการบังคับคดีตามคำพิพากษา.

ย่อคำพิพากษา

กรณีที่โจทก์ในฐานะผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ร้องขอให้ศาลออกคำบังคับให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อตาม ป.วิ.พ. มาตรา 309 ตรี เป็นการใช้สิทธิบังคับคดีของผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา อันเป็นขั้นตอนการบังคับคดีภายหลังจากโจทก์ฝ่ายชนะคดีได้ดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยฝ่ายแพ้คดีภายในระยะเวลา 10 ปี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 แล้ว จึงมิใช่กรณีที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาร้องขอให้บังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาและมิใช่การใช้สิทธิของโจทก์ในฐานะที่เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลย จึงไม่อาจนำบทบัญญัติเกี่ยวกับระยะเวลาการบังคับคดีที่ให้นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามมาตรา 271 มาบังคับได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ 1,521,946.04 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 1,406,355.28 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ถ้าไม่ชำระให้ยึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) เลขที่ 463/364 ตำบลงิ้ว อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดบังคับจำนอง หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้บังคับจากทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองได้จนครบ จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว โจทก์จึงขอออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวของจำเลยที่2 ออกขายทอดตลาดเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ในฐานะผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องว่า โจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3) เลขที่ 463/364 พร้อมสิ่งปลูกสร้างได้จากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีและได้จดทะเบียนใส่ชื่อของโจทก์ในฐานะเจ้าของที่ดินแล้ว แต่ปรากฏว่าจำเลยและบริวารยังคงอาศัยอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว ขอให้ศาลออกคำบังคับให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกคำบังคับภายใน 30 วัน นับแต่จำเลยได้รับคำบังคับ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาว่า โจทก์ในฐานะผู้ซื้อทรัพย์ได้ยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นและศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งออกคำบังคับส่งให้แก่จำเลยทั้งสองโดยชอบแล้ว การบังคับคดีของโจทก์เป็นการกระทำในฐานะผู้ซื้อทรัพย์ซึ่งถือเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ตรี มิใช่เป็นการรับสิทธิของโจทก์ผู้ฟ้องคดีมาบังคับคดีซึ่งจะต้องร้องขอให้บังคับคดีภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง สิทธิในการบังคับคดีของโจทก์ในฐานะผู้ซื้อทรัพย์จึงไม่ขาดอายุความ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีที่โจทก์ในฐานะผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์มาจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้าพนักงานบังคับคดีโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ขายให้แก่ผู้ซื้อ ผู้ซื้อได้ร้องขอ ให้ศาลออกคำบังคับให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาและบริวารซึ่งไม่ยอมออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ตรี เป็นการใช้สิทธิบังคับคดีของผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์มาจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอันเป็นขั้นตอนการบังคับคดีภายหลังจากโจทก์ฝ่ายชนะคดีซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ฝ่ายแพ้คดีซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาภายในระยะเวลา 10 ปี ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 แล้ว กรณีมิใช่เรื่องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาร้องขอให้บังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาและมิใช่การใช้สิทธิของโจทก์ที่เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 จึงไม่อาจนำบทบัญญัติเกี่ยวกับระยะเวลาการบังคับคดีตามมาตรา 271 มาบังคับได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งให้ออกคำสั่งบังคับให้จำเลยที่ 2 และบริวารออกไปจากที่พิพาทนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6724/2554 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ซื้อทรัพย์ นางไข่ เชยสระน้อย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) · ผู้ซื้อทรัพย์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นางไข่ เชยสระน้อย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิยุต สุภัทรพาหิรผล · ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล · วิรุฬห์ แสงเทียน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นางสาวศรีวิมล ถิระบัญชาศักดิ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสุทธิโชค เทพไตรรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.921/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1506/2542ฎีกา 171/2513ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 1368/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 1388/2500ฎีกา 3781/2545ฎีกา 684/2488ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1427/2514ฎีกา 403/2530ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1485/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา