คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8749/2554
บุกรุก
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรบกวนการครอบครองที่ดินของผู้อื่น แม้ที่ดินนั้นจะมีข้อโต้แย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ หรืออยู่ระหว่างการดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ ถือเป็นการกระทำที่กระทบต่อสิทธิในการครอบครอง และผู้ถูกรบกวนย่อมเป็นผู้เสียหาย
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินพิพาทมีชื่อโจทก์ร่วมเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ แม้สำนักงานธนารักษ์ตรวจสอบแล้วปรากฎว่าโฉนดออกในที่ราชพัสดุและมีการขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินดังกล่าว แต่ขั้นตอนในการเพิกถอนโฉนดยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ และผลในการเพิกถอนยังไม่ปรากฏว่าจะเพิกถอนได้หรือไม่ เมื่อมีบุคคลมารบกวนการครอบครองที่ดินของโจทก์ร่วมดังกล่าว จึงเป็นการกระทำที่กระทบต่อสิทธิในการครอบครองที่ดินของโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมจึงเป็นผู้เสียหาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 (2) (3), 83
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา ร้อยตรีประสาน ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (2) ประกอบมาตรา 362, 83 ให้จำคุกคนละ 1 ปี
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉํยว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่มีการออกโฉนดเลขที่ 239116 โดยมีชื่อโจทก์ร่วมเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ แม้สำนักงานธนารักษ์จังหวัดสมุทรปราการได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าโฉนดที่ดินเลขที่ดังกล่าวออกในที่ราชพัสดุ และยังมีการขอให้เพิกถอนโฉนดดังกล่าวก็ตาม แต่ขั้นตอนในการเพิกถอนโฉนดดังกล่าวนั้นยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ และผลในการเพิกถอนโฉนดยังไม่ปรากฏว่าจะมีการเพิกถอนโฉนดดังกล่าวได้หรือไม่ ซึ่งในขณะร้องทุกข์ดำเนินคดีโจทก์ร่วมก็ยังมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินดังกล่าว และเมื่อมีบุคคลมารบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในขณะที่โจทก์ร่วมมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์บนที่ดินโฉนดดังกล่าว จึงเป็นการกระทำที่กระทบต่อสิทธิในการครอบครองที่ดินของโจทก์ร่วมในขณะนั้น โจทก์ร่วมจึงเป็นบุคคลผู้ได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดในการรบกวนการครอบครองที่ดินดังกล่าว โจทก์และโจทก์ร่วมจึงมีอำนาจฟ้อง
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมความประพฤติจำเลยทั้งสองโดยให้จำเลยทั้งสองไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง ภายในกำหนด 2 ปี และให้จำเลยทั้งสองกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยทั้งสองเห็นสมควรมีกำหนดคนละ 20 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8749/2554
พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์
ร้อยตรีประสาน พันธุ์อุบล โจทก์ร่วม
นายฉลาด ผลบุญ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · โจทก์ร่วม - ร้อยตรีประสาน พันธุ์อุบล · จำเลย - นายฉลาด ผลบุญ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชำนาญ รวิวรรณพงษ์ · ไมตรี ศรีอรุณ · สุรพันธุ์ ละอองมณี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายกิตติ บุญธรรม · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายธีระ เบญจรัศมีโรจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.205/2549 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา