⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9600/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9600/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของเจ้าพนักงานหรือผู้เสียหายที่ล่อให้จำเลยกระทำความผิดอาญาโดยที่จำเลยมิได้มีเจตนาจะกระทำความผิดนั้นก่อน ถือเป็นการกระทำที่ทำให้ผู้เสียหายไม่มีอำนาจร้องทุกข์ดำเนินคดี และพยานหลักฐานที่ได้มาจากการกระทำดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานที่เกิดจากการกระทำโดยมิชอบซึ่งต้องห้ามมิให้รับฟัง

ย่อคำพิพากษา

ร. ผู้รับมอบอำนาจช่วงจากผู้เสียหายว่าจ้างจำเลยให้บันทึกเพลงของผู้เสียหายลงแผ่นซีดีและวีซีดีคาราโอเกะอันเป็นการก่อให้จำเลยทำซ้ำซึ่งงานดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียง และโสตทัศนวัสดุอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายซึ่งเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง จำเลยมิได้กระทำความผิดโดยทำซ้ำงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายตามที่โจทก์ฟ้องอยู่ก่อนแล้วและนำแผ่นซีดีและวีซีดีคาราโอเกะที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายนั้นออกขายแก่ ร. ผู้ล่อซื้ออันจะถือเป็นการแสวงหาพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยได้กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (1) เมื่อ ร. ผู้รับมอบอำนาจช่วงจากผู้เสียหายเป็นผู้ก่อให้จำเลยกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 27 (1) และ 28 (1) เพื่อให้เจ้าพนักงานจับจำเลยมาดำเนินคดีนี้ ผู้เสียหายจึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่มีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดดังกล่าวได้ แผ่นซีดีและวีซีดีคาราโอเกะ ที่ ร. ว่าจ้างจำเลยให้ทำขึ้นและวิดีโอที่บันทึกภาพเหตุการณ์การบันทึกเพลงลงแผ่นซีดีของจำเลยที่ ร. แอบถ่ายไว้เป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นโดยมิชอบและเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาเนื่องจากการกระทำโดยมิชอบต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.123 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 ม.26 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.4 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.27 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.28 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.31 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.69

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 28, 69, 75 และ 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 และ 91 สั่งให้ซีดีรอมเพลงเอ็มพี 3 และวีซีดีคาราโอเกะของกลางที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายจำนวน 4 แผ่น ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ ริบคอมพิวเตอร์ 1 ชุด ของกลาง กับสั่งจ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยให้การปฏิเสธ ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 27 (1) และ 28 (1) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำซ้ำงานดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียง และโสตทัศนวัสดุอันมีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับกระทงละ 20,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นปรับ 40,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ให้ซีดีรอมเพลงเอ็มพี 3 และวีซีดี คาราโอเกะของกลางที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์จำนวน 3 แผ่น ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ ริบซีพียู 1 เครื่อง จอคอมพิวเตอร์ 1 จอ และแผงแป้นอักขระ 1 แผง ของกลาง ซีดีรอม ให้คืนแก่เจ้าของ และสั่งจ่ายค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานทำซ้ำงานดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียง และโสตทัศนวัสดุอันมีลิขสิทธิ์ของบริษัทอาร์.เอส.โปรโมชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้เสียหาย ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 27 (1) และ 28 (1) ดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาหรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นควรวินิจฉัยในเบื้องต้นเสียก่อนว่า การร้องทุกข์คดีนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โจทก์มีนางสาวรสนนท์มาเบิกความเป็นพยานได้ความว่า เมื่อประมาณปี 2548 จำวันและเดือนไม่ได้ พยานไปที่ร้านซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ของจำเลยพร้อมด้วยลูกน้องจำนวน 2 คน พบจำเลยที่ร้านดังกล่าว พยานสอบถามจำเลยว่ารับบันทึกเพลงลงแผ่นซีดีหรือไม่ จำเลยตอบว่ารับบันทึกโดยคิดราคาแผ่นละ 50 บาท พยานตกลงว่าจ้างจำเลยให้บันทึกเพลงลงแผ่นซีดีในรูปไฟล์เอ็มพี 3 พยานเลือกเพลงจากที่เห็นรายชื่ออยู่แล้วในเครื่องคอมพิวเตอร์ของจำเลย บางเพลงก็เขียนชื่อเพลงใส่กระดาษให้จำเลยซึ่งมีเพลงที่ผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์รวมอยู่ด้วย บางเพลงจำเลยเลือกให้ซึ่งมีเพลง "รักคนมีเจ้าของ" และ "ที่หนึ่งไม่ไหว" ของวงไอน้ำ กับเพลง "ไม่เอาคืน" และ "พันมือ" ของ ดัง พันกร อันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายรวมอยู่ด้วย จำเลยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ในการบันทึกเพลงลงแผ่นซีดีจำนวน 2 แผ่น พยานได้ถ่ายวิดีโอภาพเหตุการณ์การรับจ้างบันทึกเพลงลงแผ่นซีดีของจำเลยไว้ ตามแผ่นซีดีวัตถุพยาน ต่อมาพยานไปที่ร้านของจำเลยอีกครั้ง ห่างจากครั้งแรกประมาณ 2 ถึง 3 สัปดาห์ และว่าจ้างจำเลยให้บันทึกเพลงลงแผ่นซีดีในรูปซีดีเพลงเอ็มพี 3 และวีซีดีคาราโอเกะ โดยพยานเป็นผู้เลือกเพลงส่วนหนึ่ง และจำเลยช่วยเลือกอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งมีเพลง "บอกไม่รักง่ายกว่า" และ "ยอมจำนนฟ้าดิน" ของวงโบวี่ กับเพลง "ขอมีรักจริง" ของต้อย หมวกแดง อันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายรวมอยู่ด้วย ข้อมูลเพลงที่จำเลยคัดลอกมาบันทึกลงแผ่นซีดีนั้นมีบันทึกอยู่แล้วในเครื่องคอมพิวเตอร์ของจำเลย แผ่นซีดีเพลงเอ็มพี 3 และวีซีดีคาราโอเกะที่พยานว่าจ้างจำเลยให้บันทึกดังกล่าว พยานได้ถ่ายวิดีโอภาพเหตุการณ์การรับจ้างบันทึกเพลงลงแผ่นซีดีของจำเลยในครั้งนี้ไว้ เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ตามคำเบิกความของนางสาวรสนนท์พยานโจทก์ดังกล่าวว่าจำเลยได้บันทึกเพลงอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายลงแผ่นซีดีจำนวน 2 แผ่น กับได้บันทึกเพลงอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายลงแผ่นซีดีในรูปซีดีเพลงเอ็มพี 3 และวีซีดีคาราโอเกะอันเป็นการทำซ้ำซึ่งงาน ดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียง และโสตทัศนวัสดุอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหายก็ตาม แต่การกระทำดังกล่าวของจำเลยเกิดจากการที่นางสาวรสนนท์ผู้รับมอบอำนาจช่วงจากผู้เสียหายว่าจ้างจำเลยให้บันทึกเพลงของผู้เสียหายลงแผ่นซีดีและวีซีดีคาราโอเกะอันเป็นการก่อให้จำเลยทำซ้ำซึ่งงานดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียง และโสตทัศนวัสดุอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายซึ่งเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง กล่าวอีกนัยหนึ่งคือหากนางสาวรสนนท์ไม่ว่าจ้างจำเลย การกระทำความผิดที่โจทก์ฟ้องก็ไม่เกิดขึ้น จำเลยมิได้กระทำความผิดโดยทำซ้ำงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายตามที่โจทก์ฟ้องอยู่ก่อนแล้วและนำแผ่นซีดีและวีซีดีคาราโอเกะที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายนั้นออกขายแก่นางสาวรสนนท์ผู้ล่อซื้ออันจะถือเป็นการแสวงหาพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยได้กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (1) เมื่อนางสาวรสนนท์ผู้รับมอบอำนาจช่วงจากผู้เสียหายเป็นผู้ก่อให้จำเลยกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 27 (1) และ 28 (1) เพื่อให้เจ้าพนักงานจับจำเลยมาดำเนินคดีนี้ ผู้เสียหายจึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่มีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดดังกล่าวได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และมาตรา 123 ทั้งแผ่นซีดีและวีซีดีคาราโอเกะ ที่นางสาวรสนนท์ว่าจ้างจำเลยให้ทำขึ้นและวิดีโอที่บันทึกภาพเหตุการณ์การบันทึกเพลงลงแผ่นซีดีของจำเลยที่นางสาวรสนนท์แอบถ่ายไว้เป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นโดยมิชอบและเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาเนื่องจากการกระทำโดยมิชอบ ต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้อง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 และมาตรา 226/1 การที่นางสาวรสนนท์ผู้รับมอบอำนาจช่วงจากผู้เสียหายว่าจ้างจำเลยให้บันทึกเพลงอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายลงแผ่นซีดีและวีซีดีคาราโอเกะมิใช่การแสวงหาพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้องโดยชอบ จึงไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำซ้ำงานดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียง และโสตทัศนวัสดุอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 27 (1) และ 28 (1) ดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาได้ กรณีไม่จำต้องพิจารณาพยานหลักฐานของจำเลยต่อไป อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9600/2554 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ จ่าสิบเอกวรรณรัตน์ กี้เจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - จ่าสิบเอกวรรณรัตน์ กี้เจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปริญญา ดีผดุง · อร่าม เสนามนตรี · ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางจันทร์กระพ้อ ต่อสุวรรณ สินธวถาวร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำทก.(อ)18/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7919/2553ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 8080/2538ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1149/2536ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 6695/2548ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 2470/2515ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 389/2542ฎีกา 2329/2553ฎีกา 3329/2550ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 2414/2551ฎีกา 276/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา