⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 13254/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13254/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างวาระกัน หากโจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้ปรากฏว่าประสงค์ให้ลงโทษจำเลยเป็นหลายกรรม ศาลจะลงโทษจำเลยหลายกระทงมิได้

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยได้รับเงินจากการจำหน่ายคูปองบริการให้แก่สมาชิกของโจทก์ร่วม หลายรายการ รวมเป็นเงิน 1,737,032,30 บาท อันเป็นเงินของโจทก์ร่วมไว้ในครอบครองของจำเลยแล้วเบียดบังเอาเงินจำนวนดังกล่าวของโจทก์ร่วมไปเป็นประโยชน์ส่วนตนหรือของบุคคลที่สามโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 352 และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,737,032,30 บาท แก่โจทก์ร่วม โดยไม่ได้บรรยายรายละเอียดการกระทำของจำเลยให้ปรากฏว่าเป็นความผิดหลายกรรม ทั้งตามคำขอท้ายฟ้องก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ต้องการให้ลงโทษจำเลยหลายกรรม ดังนี้แม้จะพิจารณาได้ความว่าจำเลยยักยอกเงินของโจทก์ร่วมหลายครั้งต่างกรรมต่างวาระกัน ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยเป็นหลายกรรม ศาลจึงไม่อาจลงโทษจำเลยหลายกระทงได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,737,032.30 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน รวม 49 กระทง ให้เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 1 เดือน รวมจำคุก 49 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,737,032.30 บาท แก่โจทก์ร่วม จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียว คงจำคุก 1 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,147,657.70 บาท แก่โจทก์ร่วม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยข้อแรกว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียวชอบหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องมาในข้อเดียวกันว่า เมื่อระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2541 ถึงวันที่ 18 ตุลาคม2543 ต่อเนื่องกันทั้งเวลากลางวันและกลางคืน จำเลยได้รับเงินจากการจำหน่ายคูปองบริการให้แก่สมาชิกของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว โจทก์ร่วม หลายรายการรวมเป็นเงิน 1,737,032.30 บาท อันเป็นเงินของโจทก์ร่วมไว้ในครอบครองของจำเลย ต่อมาระหว่างวันเวลาดังกล่าวติดต่อกัน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด ภายหลังจำเลยได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไว้ในครอบครองแล้ว จำเลยเบียดบังเอาเงินจำนวนนี้ของโจทก์ร่วมไปเป็นประโยชน์ส่วนตนหรือของบุคคลที่สามโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,737,032.30 บาท แก่โจทก์ร่วม จะเห็นได้ว่าตามฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายรายละเอียดการกระทำของจำเลยให้ปรากฏว่าเป็นความผิดหลายกรรม ทั้งตามคำขอท้ายฟ้องก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ต้องการให้ลงโทษจำเลยหลายกรรม ดังนี้ แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าจำเลยยักยอกเงินของโจทก์ร่วมหลายครั้งต่างกรรมต่างวาระกัน ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยเป็นหลายกรรม ศาลจึงไม่อาจลงโทษจำเลยหลายกระทงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียวชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ร่วมข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13254/2555 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว โจทก์ร่วม นางสุกัญญา อินทรวิเชียรหรืออินทวิเชียร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ร่วม - สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว · จำเลย - นางสุกัญญา อินทรวิเชียรหรืออินทวิเชียร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อนันต์ ชุมวิสูตร · ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ · สมชาติ ธัญญาวินิชกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายวรุณ ชำนาญศรีเพ็ชร · ศาลอุทธรณ์ - นางเสมอดาว เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.1928/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา