⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 14257/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14257/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดอันเป็นกรรมเดียวที่ผู้เสียหายหลายคนได้รับความเสียหาย ย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้ลงโทษผู้กระทำผิดในคดีเดียวกันหรือแยกฟ้องเป็นรายคดีได้ ตราบใดที่ศาลยังมิได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดนั้น แต่หากคดีหนึ่งมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในอีกคดีหนึ่งย่อมระงับไป

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 1 ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาค บูรพานิวส์ ฉบับเลขที่ 94 ประจำวันที่ 25 กรกฎาคม ถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2550 แม้เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ทั้งสองและพลตำรวจเอก ว. ก็ตาม แต่โจทก์ทั้งสองและพลตำรวจเอก ว. ต่างถูกหมิ่นประมาทจากการกระทำของจำเลยที่ 1 ในครั้งเดียวกัน จึงเป็นการกระทำความผิดอันเป็นกรรมเดียวและหาได้ทำให้เกิดผลเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันดังที่โจทก์ทั้งสองฎีกาไม่ โดยการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว โจทก์ทั้งสองและพลตำรวจเอก ว. ซึ่งต่างเป็นผู้เสียหายย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 มาในคดีเดียวกันหรือแยกกันฟ้องเป็นรายคดีก็ได้ ตราบใดที่ศาลยังมิได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้น แต่หากคดีหนึ่งคดีใดศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องไปแล้ว ย่อมทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในอีกคดีหนึ่งระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 326, 328 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา 4, 48 และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันโฆษณาคำพิพากษาของศาลในหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาค บูรพานิวส์ และหนังสือพิมพ์รายวันอื่นๆ ที่วางจำหน่ายในกรุงเทพมหานครในหน้าแรกสุด อย่างน้อย 5 ฉบับ ติดต่อกัน 5 วัน โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมด ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 ประกอบมาตรา 83 ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ระหว่างพิจารณา โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยทั้งสองร่วมกันลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาค บูรพานิวส์ ฉบับที่ 94 ประจำวันที่ 25 กรกฎาคม ถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2550 อันเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ทั้งสองและพลตำรวจเอกวิเชียร วันที่ 25 ตุลาคม 2550 พลตำรวจเอกวิเชียรนำการกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร แต่ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ในระหว่างพิจารณา ตามสำเนาคำฟ้องคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3845/2550 วันที่ 22 ธันวาคม 2552 ศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ตามสำเนาคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4348/2552 คดีสำหรับจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ยุติไปโดยคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยคดีในส่วนของจำเลยที่ 1 ตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้อแรกว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรม โดยโจทก์ทั้งสองฎีกาว่า จำเลยที่ 1 มีเจตนากระทำความผิดต่อโจทก์ทั้งสองแยกออกจากการกระทำที่ได้กระทำต่อพลตำรวจเอกวิเชียร อันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ฟ้องโจทก์ทั้งสองคดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4348/2552 ของศาลอาญา เห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาค บูรพานิวส์ ฉบับเลขที่ 94 ประจำวันที่ 25 กรกฎาคม ถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2550 แม้เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ทั้งสองและพลตำรวจเอกวิเชียรก็ตาม แต่โจทก์ทั้งสองและพลตำรวจเอกวิเชียรต่างถูกหมิ่นประมาทจากการกระทำของจำเลยที่ 1 ในครั้งเดียวกัน จึงเป็นการกระทำความผิดอันเป็นกรรมเดียวและหาได้ทำให้เกิดผลเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันดังที่โจทก์ทั้งสองฎีกาไม่ โดยการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว โจทก์ทั้งสองและพลตำรวจเอกวิเชียรซึ่งต่างเป็นผู้เสียหายย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 มาในคดีเดียวกันหรือแยกกันฟ้องเป็นรายคดีก็ได้ตราบใดที่ศาลยังมิได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้น แต่หากคดีหนึ่งคดีใดศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องไปแล้ว ย่อมทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในอีกคดีหนึ่งระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) มิฉะนั้นจะกลายเป็นว่าจำเลยที่ 1 ถูกดำเนินคดีในการกระทำอันเดียวกันซ้ำสองอีก ส่วนที่โจทก์ทั้งสองฎีกาว่า ในกรณีเช่นนี้หากมีผู้กระทำความผิดคบคิดกันวางแผนหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยหมิ่นประมาทพวกของตนด้วยแล้วให้พวกของตนฟ้องคดีและให้ศาลมีคำพิพากษาเสียก่อน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องรับโทษ ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงแก่ผู้เสียหายที่แท้จริง เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) ที่บัญญัติให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปเมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง อันเป็นหลักการห้ามมิให้ดำเนินคดีซ้ำสองแก่ผู้กระทำความผิดในความผิดกรรมเดียวนั้น จะต้องปรากฏว่าในคดีก่อนผู้กระทำความผิดถูกฟ้องร้องดำเนินคดีอย่างแท้จริง หากเป็นการดำเนินคดีกันอย่างสมยอมโดยมีเจตนาที่ไม่สุจริต แม้จะเป็นการกระทำกรรมเดียวกันก็ถือไม่ได้ว่าการกระทำกรรมนั้นเคยถูกฟ้องและศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง อันจะมีผลทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในความผิดกรรมนั้นระงับไปไม่ ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าพลตำรวจเอกวิเชียรได้ฟ้องจำเลยที่ 1 ในความผิดซึ่งเกิดการกระทำของจำเลยที่ 1 อันเป็นกรรมเดียวกันนี้ต่อศาลอาญาและศาลอาญามีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้นแล้ว ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4348/2552 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจำเลยที่ 1 ของโจทก์ทั้งสองจึงระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ทั้งสองข้ออื่นอีก เพราะไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลคำพิพากษาได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14257/2555 นายธนา ไชยประสิทธิ์ กับพวก โจทก์ นายทรงศักดิ์ จิตเจือจุน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายธนา ไชยประสิทธิ์ กับพวก · จำเลย - นายทรงศักดิ์ จิตเจือจุน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรุฬห์ แสงเทียน · ปดารณี ลัดพลี · ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระยอง - นายภิญณชาตก์ คูหากาญจน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นางอุไรลักษณ์ ลีธรรมชโย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.942/2555

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2200/2548ฎีกา 769/2532ฎีกา 2891/2565ฎีกา 4752/2545ฎีกา 728/2519ฎีกา 3038/2531ฎีกา 4577/2543ฎีกา 2498/2528ฎีกา 4537/2531ฎีกา 5445/2554ฎีกา 184/2542ฎีกา 4182/2530ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2683/2522ฎีกา 3905/2533ฎีกา 5137/2550ฎีกา 999/2499ฎีกา 77/2490ฎีกา 787/2532ฎีกา 7246/2543ฎีกา 4418/2548ฎีกา 958/2518ฎีกา 1182/2494ฎีกา 1808/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา