⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 16802/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16802/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ยอมรับว่ามีหนี้สินตามหนังสือรับสภาพหนี้แล้ว หนี้ดังกล่าวจึงเป็นหนี้ที่ไม่มีข้อต่อสู้ และเจ้าหนี้มีสิทธินำหนี้ที่ลูกหนี้มีต่อตนมาหักกลบลบหนี้ได้ หากหนี้ทั้งสองฝ่ายมีจำนวนแตกต่างกัน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยอมรับว่าได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้ไว้แก่จำเลยจริงและยินยอมชดใช้หนี้นั้น หนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้จึงเป็นหนี้ที่ไม่มีข้อต่อสู้แล้ว เมื่อค่าจ้างที่โจทก์มีสิทธิได้รับจากจำเลยมีจำนวนน้อยกว่าค่าเสียหายตามหนังสือรับสภาพหนี้ จำเลยจึงมีสิทธินำค่าจ้างที่ต้องชำระแก่โจทก์มาหักกับหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ที่จำเลยเป็นเจ้าหนี้โจทก์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.344

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้าง 17,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้างค้าง 15,300 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (24 กุมภาพันธ์ 2549) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างที่จำเลยยังไม่ชำระให้แก่โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าโจทก์ยื่นใบลาออกทันทีโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าทำให้จำเลยเสียหายและโจทก์ยักยอกทรัพย์ของจำเลย โจทก์ได้ทำหนังสือยอมรับสภาพหนี้ในความเสียหายบางส่วนให้แก่จำเลยมีจำนวนมากกว่าค่าจ้างที่จำเลยค้างชำระแก่โจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าจ้างตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยค้างค่าจ้างโจทก์จำนวน 15,300 บาท และวินิจฉัยในประเด็นที่ว่าโจทก์เป็นหนี้จำเลยมากกว่าจำนวนค่าจ้างที่ค้าง จำเลยจะมีสิทธินำค่าจ้างค้างมาหักหนี้ได้หรือไม่ เห็นว่า หนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ ซึ่งโจทก์รับว่าโจทก์ทำให้แก่จำเลยจริงและยินยอมชดใช้หนี้ให้ตามหนังสือรับสภาพหนี้นี้ แต่จำเลยจะเรียกร้องมากกว่าหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ โจทก์จึงไม่ยอมชำระนั้น เมื่อค่าจ้างที่โจทก์มีสิทธิที่จะได้รับจากจำเลยมีจำนวนน้อยกว่าค่าเสียหายที่โจทก์รับว่าจะใช้ให้แก่จำเลยตามหนังสือรับสภาพหนี้ ซึ่งเป็นหนี้ที่ไม่มีข้อต่อสู้แล้ว จำเลยจึงมีสิทธินำค่าจ้างที่จะต้องชำระให้แก่โจทก์มาหักกับหนี้ที่จำเลยเป็นเจ้าหนี้โจทก์ได้ จึงไม่มีหนี้ที่จำเลยต้องชำระให้แก่โจทก์อีก ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ว่าโจทก์ลาออกโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 โจทก์ลาออกโดยยังไม่ได้ส่งมอบงานในหน้าที่ของโจทก์ให้แก่จำเลย โจทก์ละทิ้งหน้าที่ และค่าเสียหายส่วนที่จำเลยดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ ล้วนไม่ทำให้คำวินิจฉัยของศาลเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษา จึงไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16802/2555 นางสาวชฎาภรณ์ โพธิ์งาม โจทก์ บริษัทเอส.เอส.อาร์.แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวชฎาภรณ์ โพธิ์งาม · จำเลย - บริษัทเอส.เอส.อาร์.แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์ · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · พิทยา บุญชู
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายอนันต์ โรจนเนืองนิตย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำร.1778/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4046/2548ฎีกา 2881/2519ฎีกา 145/2554ฎีกา 336/2525ฎีกา 1553/2527ฎีกา 939/2521ฎีกา 673/2511ฎีกา 644/2522ฎีกา 4844/2545ฎีกา 14758/2551ฎีกา 1236/2497ฎีกา 3608/2524ฎีกา 7319/2553ฎีกา 4993/2552ฎีกา 1434/2547ฎีกา 5970/2555ฎีกา 2480/2517ฎีกา 2852/2541ฎีกา 806/2505ฎีกา 6477/2539ฎีกา 668/2544ฎีกา 1040/2505ฎีกา 7001/2557ฎีกา 1285/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา