⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3147/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3147/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยกู้เงินจากโจทก์แล้วฝากเงินไว้แก่โจทก์ เป็นการสมัครใจของจำเลยเอง และวัตถุประสงค์ของนิติกรรมไม่เป็นการต้องห้ามโดยกฎหมาย จึงต้องรับผิดตามสัญญากู้ แม้จะอ้างว่าไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้ก็มิได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยต้องการตั๋วสัญญาใช้เงินมาวางเป็นหลักทรัพย์ประกันในการเล่นหุ้นต่อโจทก์จึงได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์ โจทก์ได้ออกเช็คตามจำนวนเงินที่กู้แก่จำเลยแล้ว จำเลยมิได้นำเช็คไปรับเงินจากธนาคาร แต่สลักหลังให้โจทก์เพื่อฝากเงินไว้แก่โจทก์ โจทก์จึงได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินแก่จำเลยเพื่อนำไปวางเป็นหลักทรัพย์ประกันในการเล่นหุ้นต่อโจทก์ดังนี้ การที่จำเลยกู้เงินจากโจทก์แล้วฝากเงินไว้แก่โจทก์ แม้จะมีผลทำให้จำเลยเป็นทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้โจทก์ในขณะเดียวกันก็เป็นความสมัครใจของจำเลยเองวัตถุที่ประสงค์ของนิติกรรมไม่เป็นการต้องห้ามโดยกฎหมายเพื่อเป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดีของประชาชน เมื่อสัญญากู้ที่จำเลยทำขึ้นกับโจทก์เป็นนิติกรรมที่ทำขึ้นโดยตั้งใจจะให้มีผลผูกพัน มิได้มีการอำพรางนิติกรรมอื่นใดจึงมิใช่นิติกรรมอำพราง จำเลยจึงต้องรับผิดตามสัญญากู้ จะอ้างว่าไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้มิได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.344 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.650

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญากู้เงินโจทก์ในวงเงิน ๖๗,๐๐๐ บาท ทุกครั้งที่จำเลยจะออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อชำระหนี้เงินกู้ ในวันทำสัญญากู้จำเลยที่ ๑ขอเบิกเงินจากโจทก์ ๖๗๐,๐๐๐ บาท และจำเลยที่ ๑ ออกตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวนเงิน๖๗๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ สามีได้จดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้ทุกชนิดที่จำเลยทั้งสองมีต่อโจทก์ หลังจากทำสัญญากู้แล้ว จำเลยทั้งสองไม่ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินต้นและดอกเบี้ย หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบขอให้บังคับจำนอง จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้รับเงินกู้จากโจทก์จำเลยที่ ๑ ทำสัญญากู้เพื่อค้ำประกันการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยจำเลยที่ ๑ มอบอำนาจให้โจทก์เป็นตัวแทนในการซื้อขายหลักทรัพย์ เมื่อจำเลยที่ ๑ สั่งซื้อหลักทรัพย์โจทก์ก็คิดยอดเงินกู้ที่ทำสัญญาเป็นคราว ๆ สัญญากู้จึงเป็นนิติกรรมอำพราง หากขายหลักทรัพย์ที่จำเลยที่ ๑ สั่งให้โจทก์ซื้อแล้วนำมาหักกับโจทก์จะเป็นหนี้โจทก์ไม่เกิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์ในวงเงินไม่เกิน ๖๗๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ได้เบิกเงินจากโจทก์เต็มวงเงินกู้โจทก์ได้ออกเช็คสั่งจ่ายเงินให้ จำเลยที่ ๑ ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน ๖๗๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย มีกำหนดเวลาใช้เงินให้โจทก์ไว้เพื่อชำระหนี้เงินกู้และเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมด้วย เมื่อจำเลยที่ ๑ ได้รับเช็คจากโจทก์ ก็มิได้นำไปขอรับเงินจากธนาคารแต่สลักหลังให้โจทก์เพื่อฝากเงินไว้แก่โจทก์ และโจทก์ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน๖๗๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย มีกำหนดเวลาใช้เงินให้จำเลยที่ ๑ แล้วจำเลยที่ ๑ได้สลักหลังตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวมอบให้โจทก์ไว้เป็นหลักทรัพย์ประกันในการเล่นหุ้น ซึ่งจำเลยที่ ๑ มอบอำนาจให้โจทก์เป็นตัวแทนแล้ววินิจฉัยปัญหาที่ว่าจำเลยที่ ๑ จะต้องรับผิดตามสัญญากู้หรือไม่ดังนี้ การที่จำเลยที่ ๑ กู้เงินจากโจทก์แล้วฝากเงินไว้กับโจทก์ย่อมไม่แตกต่างอะไรกับการที่จำเลยที่ ๑ กู้เงินจากบุคคลอื่นแล้วนำมาฝากไว้กับโจทก์จำเลยที่ ๑ จะอ้างว่าไม่ได้รับเงินที่กู้จากโจทก์หาได้ไม่ แม้การกู้เงินจากโจทก์แล้วฝากไว้กับโจทก์จะมีผลทำให้จำเลยที่ ๑ เป็นทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้โจทก์ในขณะเดียวกันก็เป็นความสมัครใจของจำเลยที่ ๑ เอง วัตถุที่ประสงค์ของนิติกรรมไม่เป็นการต้องห้ามโดยกฎหมายหรือเป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใดหากเงินที่จำเลยที่ ๑ ฝากไว้กับโจทก์ไม่มีภาระผูกพันอย่างหนึ่งอย่างใดอันโจทก์จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ จำเลยที่ ๑ ก็ย่อมมีสิทธิขอหักกลบลบหนี้กับเงินกู้ได้สัญญากู้ที่จำเลยที่ ๑ ทำกับโจทก์เป็นนิติกรรมที่ทำขึ้นโดยตั้งใจจะให้มีผลผูกพันกันมิได้มีการอำพรางนิติกรรมอื่นใด จึงมิใช่นิติกรรมอำพราง เมื่อจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระหนี้จำเลยที่ ๒ ซึ่งจำนองที่ดินเป็นประกันและยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ย่อมต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ด้วย พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยหากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้บังคับจำนอง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3147/2527 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์บุคคลัภย์ จำกัด โจทก์ นางจตุพร รัตนิน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์บุคคลัภย์ จำกัด · จำเลย - นางจตุพร รัตนิน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดิ์ สนองชาติ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวิทวัส อยู่วัฒนา · ศาลอุทธรณ์ - นายพิชิต พรหมพิทักษ์กุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1001/2509ฎีกา 2923/2525ฎีกา 3245/2534ฎีกา 425/2520ฎีกา 94/2474ฎีกา 3254/2524ฎีกา 948/2501ฎีกา 1578/2493ฎีกา 912/2490ฎีกา 548/2522ฎีกา 4800/2534ฎีกา 145/2554ฎีกา 1553/2527ฎีกา 230/2501ฎีกา 3583/2524ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2657/2534ฎีกา 2170/2517ฎีกา 742/2490ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2843/2532ฎีกา 2328-2329/2520ฎีกา 510/2491ฎีกา 848/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา