⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 18031/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18031/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ร่วมและจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความในส่วนแพ่งและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว คดีส่วนแพ่งย่อมเป็นไปตามคำพิพากษาตามยอมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 47 จึงไม่จำต้องมีคำพิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินอีกในคดีส่วนอาญา

ย่อคำพิพากษา

คดีอาญาที่โจทก์มีคำขอในส่วนแพ่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่โจทก์ร่วม เมื่อคดีส่วนแพ่ง โจทก์ร่วมและจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมแล้ว คดีส่วนแพ่งจึงเป็นไปตามคำพิพากษาตามยอมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 47 ไม่จำต้องมีคำพิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาตามคำขอของโจทก์และโจทก์ร่วมในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาอีก ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่โจทก์ร่วม และศาลอุทธรณ์ภาค 7 มิได้แก้ไขเป็นการไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 357 ให้จำเลยคืนหรือชดใช้ราคาทรัพย์ที่ถูกประทุษร้ายที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 980,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาลักทรัพย์ ระหว่างพิจารณานางสาวสุมิตรา ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดเป็นเงินจำนวน 300,000 บาท ไม่ประสงค์จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน 980,000 บาท ตามฟ้อง จำเลยให้การในส่วนแพ่งว่า จำเลยยินยอมชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 300,000 บาท แก่โจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (3) (8) (11) วรรคสอง ให้จำคุก 4 ปี และปรับ 6,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี และปรับ 3,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ถูกประทุษร้ายที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 980,000 บาท แก่ผู้เสียหายนั้น ปรากฏว่าโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายยื่นคำร้องว่าติดใจให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เพียง 300,000 บาท เท่านั้น ซึ่งในส่วนแพ่งโจทก์ร่วมและจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลมีคำพิพากษาตามยอมแล้ว ประกอบกับโจทก์ร่วมแถลงว่าได้รับชดใช้จากจำเลยแล้ว 165,000 บาท คงเหลืออีก 135,000 บาท จึงให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ถูกประทุษร้ายที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม สำหรับคดีส่วนแพ่งให้บังคับตามคำพิพากษาตามยอม โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษจำคุก และไม่ปรับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์และโจทก์ร่วมมีคำขอในส่วนแพ่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่โจทก์ร่วม เมื่อคดีส่วนแพ่งโจทก์ร่วมและจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมแล้ว คดีส่วนแพ่งจึงเป็นไปตามคำพิพากษาตามยอม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 47 ไม่จำต้องมีคำพิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาตามคำขอของโจทก์และโจทก์ร่วมในคดีส่วนอาญาอีก ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม และศาลอุทธรณ์ภาค 7 มิได้แก้ไขเป็นการไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 3 ปี ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี 6 เดือน ยกคำขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่โจทก์ร่วม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18031/2555 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นางสาวสุมิตรา ลิ้มมั่นจริง โจทก์ร่วม นายสิทธิพลหรือยะ อนุกูล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · โจทก์ร่วม - นางสาวสุมิตรา ลิ้มมั่นจริง · จำเลย - นายสิทธิพลหรือยะ อนุกูล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์ · อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย · สวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นางอรอุมา วชิรประดิษฐพร · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายศิริชัย ศิริกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2996/2555

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 6505/2555ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551ฎีกา 3310/2541ฎีกา 472/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา