คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18079/2555
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องทุกข์ในความผิดอันยอมความได้ที่กฎหมายกำหนดให้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด หากพ้นกำหนดดังกล่าว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามกฎหมาย. การกระทำที่จำเลยร่วมกันโอนทรัพย์มรดกของผู้ตายให้แก่ตนเอง ถือเป็นการยักยอกทรัพย์มรดก ไม่ใช่ความผิดฐานรับของโจร.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันยักยอกทรัพย์มรดก ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานยักยอก แต่ลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานรับของโจร เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มิได้ร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีของโจทก์จึงขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และแม้ว่าคดีสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่ามีความผิดฐานรับของโจร แต่ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องและทางนำสืบของโจทก์ได้ความว่า จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกร่วมกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 วางแผนโอนหุ้นของผู้ตายให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ความผิดเกิดขึ้นเมื่อมีการโอนหุ้น การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่เป็นความผิดฐานรับของโจร แต่เป็นความผิดฐานร่วมยักยอกตามฟ้อง ฉะนั้น คดีส่วนของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงขาดอายุความแล้วเช่นกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - เด็กชายอารียะ อัครขจรไชย โดยนางพิยะดา มั่นศักดิ์ผู้แทนโดยชอบธรรม กับพวก · จำเลย - นางเซี่ยวอ่วยหรือเซี่ยวอ้วย แซ่เซียว กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · ไชยยงค์ คงจันทร์ · เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นางสาวสุพัตรา ฐิตะฐาน · ศาลอุทธรณ์ - นายอนันต์ ชุมวิสูตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.6487/2550 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา