⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 18641/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18641/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวผู้กระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง และศาลต้องพิพากษาลงโทษผู้กระทำความผิดนั้นก่อน ผู้ที่ช่วยซ่อนเร้น จำหน่าย พาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิดดังกล่าว ย่อมมีความผิดฐานรับของโจรได้ แม้ผู้กระทำความผิดเดิมจะไม่มีตัวตนหรือศาลยังไม่ได้พิพากษาลงโทษก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานรับของโจรตาม ป.อ. มาตรา 357 นั้น กฎหมายมิได้บัญญัติว่าความผิดฐานลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก หรือเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์จะต้องเป็นความผิดที่ปรากฏตัวผู้กระทำความผิดและศาลพิพากษาลงโทษเป็นความผิดแล้ว ผู้ที่ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด จึงจะมีความผิดฐานรับของโจร ดังนั้น แม้ความผิดที่บัญญัติไว้ในมาตรา 357 จะไม่ปรากฏตัวผู้กระทำความผิดเลยก็ตาม ผู้ที่ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ โดยประการใด ก็ย่อมมีความผิดฐานรับของโจรได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 357 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 5 ปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่จำเลยทั้งสองฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ความผิดฐานรับของโจรในคดีนี้นั้นจะต้องปรากฏตัวผู้กระทำความผิดฐานยักยอก เมื่อข้อเท็จจริงในคดีนี้รับฟังเป็นยุติไม่ได้ว่า ผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิดฐานยักยอกโจทก์จึงไม่อาจฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดฐานรับของโจรได้นั้น เห็นว่า ความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก บัญญัติว่า ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิด ถ้าความผิดนั้นเข้าลักษณะลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก หรือเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรับของโจรต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ จะเห็นได้ว่าความผิดฐานรับของโจรนั้นกฎหมายมิได้บัญญัติว่าความผิดฐานลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก หรือเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์จะต้องเป็นความผิดที่ปรากฏตัวผู้กระทำความผิดและศาลพิพากษาลงโทษเป็นความผิดแล้ว ผู้ที่ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดๆ จึงจะมีความผิดฐานรับของโจร ดังนั้น แม้ความผิดที่บัญญัติไว้ในมาตรา 357 จะไม่ปรากฏตัวผู้กระทำความผิดเลยก็ตาม ผู้ที่ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดๆ ก็ย่อมมีความผิดฐานรับของโจรได้ ฎีกาจำเลยทั้งสองข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18641/2555 พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ โจทก์ จ่าสิบตำรวจวัฒน์ สุดใส กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ · จำเลย - จ่าสิบตำรวจวัฒน์ สุดใส กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ อเนกพุฒิ · พิศาล อัยยะวรากูล · ประยูร ณ ระนอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายปิยะพล สำเริง · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายเมธี ประจงการ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.4403/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 239/2512ฎีกา 12/2511ฎีกา 1851/2557ฎีกา 98/2537ฎีกา 824/2535ฎีกา 5869/2549ฎีกา 2359/2525ฎีกา 1522/2565ฎีกา 558/2540ฎีกา 1311/2540ฎีกา 113/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 7993/2547ฎีกา 6668/2538ฎีกา 3056/2548ฎีกา 1957/2515ฎีกา 2766/2546ฎีกา 4048/2529ฎีกา 337/2535ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5702/2533ฎีกา 330/2549ฎีกา 5621/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา