⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5698/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5698/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 102 หรือทรัพย์สินที่ทำหรือมีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยได้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 32, 33 (2) นั้น พึงต้องริบ.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และขอให้ศาลสั่งริบโทรศัพท์เคลื่อนที่และรถจักรยานยนต์ของกลางโดยอ้างว่าจำเลยใช้ติดต่อและใช้เป็นยานพาหนะในการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ติดต่อขายเมทแอมเฟตามีนโดยนัดส่งมอบบริเวณที่เกิดเหตุ ต่อมาจำเลยนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปบริเวณที่เกิดเหตุและเจ้าพนักงานตำรวจยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางได้ที่ตัวจำเลย โทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางจึงเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ หรือวัตถุอื่นซึ่งจำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันพึงต้องริบตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 102 ส่วนรถจักรยานยนต์ของกลาง ทางนำสืบโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยนำมาใช้เป็นยานพาหนะสำหรับการมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และเจ้าพนักงานตำรวจไม่ได้ค้นพบเมทแอมเฟตามีนที่รถจักรยานยนต์ของกลาง ดังนี้ รถจักรยานยนต์ของกลางจึงเป็นเพียงยานพาหนะที่จำเลยใช้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ ไม่ใช่เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งจำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 102 และไม่ใช่ทรัพย์สินที่ทำหรือมีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยได้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 32, 33 (2) จึงไม่อาจริบได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.102

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดโทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคหนึ่ง จำคุก 4 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี ไม่ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่และรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน คนธ สงขลา 555 ของกลาง โดยให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 10 นาฬิกา ร้อยตำรวจโทสัณห์พิชญ์กับพวกจับกุมนายชาติชายหรือแอ๊ะ และนางสาวพนารัตน์หรือกุ้ง ได้พร้อมเมทแอมเฟตามีน 19 เม็ด ต่อมาร้อยตำรวจโทสัณห์พิชญ์ให้นายชาติชายโทรศัพท์ไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน 20 เม็ด จากจำเลยในราคา 6,000 บาท นัดส่งมอบบริเวณถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ หลังสนามกีฬากลางจิระนคร ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ต่อมาเวลาเกิดเหตุจำเลยขับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน คนธ สงขลา 555 ของกลางมายังบริเวณที่เกิดเหตุ ร้อยตำรวจโทสัณห์พิชญ์กับพวกจึงจับกุมจำเลยและค้นพบเมทแอมเฟตามีน 20 เม็ด กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางอยู่ในกระเป๋ากางเกงของจำเลย โดยไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายที่รถจักรยานยนต์ของกลาง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า โทรศัพท์เคลื่อนที่และรถจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษซึ่งต้องริบหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายชาติชายโทรศัพท์ติดต่อขอซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยโดยนัดส่งมอบบริเวณที่เกิดเหตุ ต่อมาจำเลยนำเมทแอมเฟตามีนของกลางมายังบริเวณที่เกิดเหตุและเจ้าพนักงานตำรวจยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางได้ที่ตัวจำเลย ดังนี้ โทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางจึงเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ หรือวัตถุอื่นซึ่งจำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยตรง อันพึงต้องริบตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 102 ส่วนรถจักรยานยนต์ของกลาง ทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยนำรถจักรยานยนต์ของกลางมาใช้เป็นยานพาหนะสำหรับการมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามที่โจทก์ฟ้องอย่างไร และเจ้าพนักงานตำรวจไม่ได้ค้นพบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่รถจักรยานยนต์ของกลาง ดังนี้ รถจักรยานยนต์ของกลางจึงเป็นเพียงยานพาหนะที่จำเลยใช้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ ไม่ใช่เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 102 และไม่ใช่ทรัพย์สินที่กฎหมายบัญญัติว่า ผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 (2) จึงยังไม่อาจริบได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ไม่ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่และรถจักรยานยนต์ของกลางนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยบางส่วน ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5698/2555 พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นายธนาธรหรือบอย ทวีรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นายธนาธรหรือบอย ทวีรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด · สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร · สมสันต์ ศุภศาสตรสิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายอเนกชัย อารยะญาณ · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นางสาวสิริกานต์ มีจุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.6125/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1554/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 2437/2515ฎีกา 1888/2548ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 4912/2565ฎีกา 1875/2547ฎีกา 531/2510ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1979/2521ฎีกา 4519/2544ฎีกา 239/2484ฎีกา 5632/2551ฎีกา 348/2508ฎีกา 1198/2543ฎีกา 199/2547ฎีกา 2546/2530ฎีกา 4970/2538ฎีกา 215/2556ฎีกา 3067/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา