⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6370/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6370/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดโดยที่ผู้นั้นไม่รู้ว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด ถือว่าผู้ใช้เป็นผู้กระทำความผิดเองโดยอ้อม

ย่อคำพิพากษา

การกระทำที่จำเลยกับพวกใช้ให้ ภ. ขับรถจักรยานยนต์ไปรับผู้เสียหายที่ 1 มาที่วัดสะแก พาไปที่บ้านเกิดเหตุ แล้วจำเลยกับพวกร่วมประเวณีกับผู้เสียหายที่ 1 นั้น เมื่อตามทางนำสืบโจทก์ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ภ. สมรู้ร่วมคิดกับจำเลยและพวกหรือรู้มาก่อนว่าจำเลยกับพวกใช้ให้พาผู้เสียหายที่ 1 มาเพื่อการอนาจาร พฤติการณ์แห่งคดีฟังไม่ได้ว่า ภ. มีเจตนาพรากผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร หรือมีเจตนาร่วมกับจำเลยและพวกกระทำความผิดดังกล่าว การที่จำเลยกับพวกใช้ให้ ภ. ขับรถจักรยานยนต์พาผู้เสียหายที่ 1 มาที่บ้านเกิดเหตุเพื่อการอนาจารจึงไม่ใช่เป็นการใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด เพราะ ภ. ซึ่งเป็นผู้ถูกใช้ไม่รู้ว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด แต่เป็นการที่จำเลยกับพวกใช้ ภ. เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด ถือได้ว่าจำเลยกับพวกเป็นผู้กระทำความผิดเองโดยอ้อม จำเลยจึงมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 319 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 83

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 ประมวลกฎหมายอาญา ม.318 ประมวลกฎหมายอาญา ม.319

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 276, 318 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 83 จำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 83 เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยกับพวกใช้ให้นายภาณุพงษ์ขับรถจักรยานยนต์ไปรับผู้เสียหายที่ 1 มาที่วัดสะแก จากนั้นจำเลยกับพวกให้นายภาณุพงษ์ขับรถจักรยานยนต์พาผู้เสียหายที่ 1 ไปที่บ้านที่เกิดเหตุ แล้วจำเลยกับพวกร่วมประเวณีกับผู้เสียหายที่ 1 แม้ก่อนวันเกิดเหตุผู้เสียหายที่ 3 อนุญาตผู้เสียหายที่ 1 ไปเที่ยวงานที่วัดเขาดิน และผู้เสียหายที่ 1 ออกจากวัดเขาดินไปกับเพื่อนโดยไม่ได้กลับบ้านของผู้เสียหายที่ 3 ก็ตาม แต่ได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายที่ 3 ว่า ตั้งแต่ผู้เสียหายที่ 1 หายไปไม่สามารถติดต่อได้ พยานได้สอบถามเพื่อน ๆ ของผู้เสียหายที่ 1 แล้วไม่มีใครรู้ว่าไปที่ใด ผู้เสียหายที่ 3 รออยู่หลายวัน ผู้เสียหายที่ 1 ยังไม่กลับมาจึงแจ้งให้ผู้เสียหายที่ 2 ทราบ ต่อมาจึงไปแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรอุทัย พฤติการณ์ดังกล่าวบ่งชี้แสดงให้เห็นว่าตั้งแต่ผู้เสียหายที่ 1 ออกจากวัดเขาดิน ผู้เสียหายที่ 1 ยังคงอยู่ในอำนาจปกครองดูแลของผู้เสียหายที่ 3 ซึ่งเป็นย่า การที่จำเลยกับพวกใช้ให้นายภาณุพงษ์พาผู้เสียหายที่ 1 ไปที่บ้านที่เกิดเหตุแล้วได้ร่วมประเวณีกับผู้เสียหายที่ 1 โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือความยินยอมจากผู้เสียหายที่ 3 ย่อมทำให้อำนาจปกครองดูแลผู้เสียหายที่ 3 ซึ่งเป็นย่าของผู้เสียหายที่ 1 ที่มีต่อผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เยาว์ถูกพรากจากไปโดยปริยายโดยปราศจากเหตุอันสมควร แต่การกระทำของจำเลยกับพวกที่ใช้ให้นายภาณุพงษ์ขับรถจักรยานยนต์ไปรับผู้เสียหายที่ 1 มาวัดสะแก แล้วพาไปที่บ้านที่เกิดเหตุ และจำเลยกับพวกร่วมประเวณีกับผู้เสียหายที่ 1 นั้น ตามทางนำสืบโจทก์ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายภาณุพงษ์สมรู้ร่วมคิดกับจำเลยและพวกหรือรู้มาก่อนว่าจำเลยกับพวกใช้ให้พาผู้เสียหายที่ 1 มาเพื่อการอนาจาร พฤติการณ์แห่งคดีฟังไม่ได้ว่า นายภาณุพงษ์มีเจตนาพรากผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารหรือมีเจตนาร่วมกับจำเลยและพวกกระทำความผิดดังกล่าว การที่จำเลยกับพวกใช้ให้นายภาณุพงษ์ขับรถจักรยานยนต์พาผู้เสียหายที่ 1 มาที่บ้านที่เกิดเหตุเพื่อการอนาจาร จึงไม่ใช่เป็นการใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด เพราะนายภาณุพงษ์ซึ่งเป็นผู้ถูกใช้ไม่รู้ว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด แต่เป็นการที่จำเลยกับพวกใช้นายภาณุพงษ์เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด ถือได้ว่าจำเลยกับพวกเป็นผู้กระทำความผิดเองโดยอ้อม และมีความผิดฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานดังกล่าวมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6370/2555 พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายศรีภูมิหรือเต๋า นิลพฤกษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นายศรีภูมิหรือเต๋า นิลพฤกษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธงชัย เสนามนตรี · อภิรัตน์ ลัดพลี · พศวัจณ์ กนกนาก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายภิทเวทย์ ดลอารมย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายพันธาวุธ ปาณิกบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.6279/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1597/2532ฎีกา 1203/2482ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 19406/2555ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 119/2517ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 70/2489ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา