⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 13134/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13134/2556

ป.อาญา ม.29, 30, 33 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยปลอมเอกสารที่ตนมีหน้าที่ทำหรือดูแล และลงลายมือชื่อปลอมในเอกสารนั้น ถือว่าเป็นการบรรยายฟ้องความผิดฐานปลอมเอกสารที่ครบถ้วนแล้ว ศาลสามารถลงโทษจำเลยในความผิดดังกล่าวได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยปลอมเอกสารบัญชีนำจ่ายไปรษณีย์ท่าตะโกที่จำเลยมีหน้าที่ทำ กรอกหรือดูแลเอกสารนั้น โดยลงลายมือชื่อปลอมของ อ. ผู้เสียหายที่ 2 และ จ. ผู้เสียหายที่ 3 ในบัญชีนำจ่ายไปรษณีย์ท่าตะโก ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 161 ถือว่าโจทก์บรรยายฟ้องความผิดฐานปลอมเอกสารไว้ครบถ้วนและประสงค์ให้ลงโทษจำเลยในความผิดดังกล่าวด้วย ศาลจึงลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 264 วรรคแรก ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสี่และวรรคหก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ประมวลกฎหมายอาญา ม.161 ประมวลกฎหมายอาญา ม.163 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 พระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.11 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.4 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.11 พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ.2477 ม.4 พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ.2477 ม.70

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 157, 161, 163 (3) พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4, 11 พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ.2477 มาตรา 4, 70 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 161, 163 (3) พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4, 11 พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ.2477 มาตรา 4, 70 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดต่อเจ้าพนักงาน (ที่ถูก ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ) นั้น เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 กระทง ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำ จัดการทรัพย์ได้เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองโดยทุจริต จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 7 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 6 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11 พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ.2477 มาตรา 70 วรรคแรก และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก อันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 โดยแต่ละกรรมเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11 ฐานเป็นพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา 90 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 3 กระทง จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 18 เดือน ริบของกลาง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้อง จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาโต้แย้งว่า จำเลยเป็นพนักงานบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ผู้เสียหายที่ 1 มีหน้าที่จ่ายไปรษณียภัณฑ์ พัสดุไปรษณีย์ ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ โทรเลขและธนาณัติให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการในท้องที่ตำบลท่าตะโก อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับมอบจดหมายลงทะเบียนจากผู้เสียหายที่ 1 แล้วไม่ยอมนำจ่ายให้แก่นายอนนท์ ผู้เสียหายที่ 2 และนางจำรูญ ผู้เสียหายที่ 3 ทั้งยังลงลายมือชื่อของผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ปลอมเอกสารบัญชีนำจ่ายไปรษณีย์ท่าตะโกว่าได้นำจ่ายจดหมายลงทะเบียนให้แก่ผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 แล้ว โดยอาศัยโอกาสที่จำเลยมีหน้าที่นั้นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายทั้งสาม และโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 157, 161, 163 (3) พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4, 11 พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ.2477 มาตรา 4, 70 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ลงโทษจำเลยในความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคห้า ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า โจทก์จะบรรยายฟ้องว่าจำเลยปลอมเอกสารบัญชีนำจ่ายไปรษณีย์ท่าตะโกที่จำเลยมีหน้าที่ทำกรอกหรือดูแลเอกสารนั้น โดยลงลายมือชื่อปลอมของนายอนนท์ ผู้เสียหายที่ 2 และนางจำรูญ ผู้เสียหายที่ 3 ในบัญชีนำจ่ายไปรษณีย์ท่าตะโกขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 ถือว่าโจทก์บรรยายฟ้องความผิดฐานปลอมเอกสารไว้ครบถ้วน และประสงค์ให้ลงโทษจำเลยในความผิดดังกล่าวด้วยและโจทก์นำสืบข้อเท็จจริงประกอบคำรับสารภาพซึ่งฟังได้ว่าจำเลยได้ปลอมลายมือชื่อของนายอนนท์ ผู้เสียหายที่ 2 และนางจำรูญ ผู้เสียหายที่ 3 ดังนั้น จึงลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่และวรรคหก คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยอีกกระทงละ 4,000 บาท รวม 3 กระทง ปรับ 12,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาศาลฎีกานี้ให้จำเลยฟัง คุมความประพฤติจำเลยโดยให้จำเลยไปรายงานต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 เดือนต่อครั้ง มีกำหนดเวลา 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13134/2556 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายพิณี ฟักถาวร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นายพิณี ฟักถาวร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิยุต สุภัทรพาหิรผล · ธีระพงศ์ จิระภาค · นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายภราดร อาสาสรรพกิจ · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายภพพิสิษฐ สุขะพิสิษฐ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.4935/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6299/2534ฎีกา 4/2508ฎีกา 1683/2523ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 681/2491ฎีกา 4180/2548ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 5598/2540ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 605/2511ฎีกา 1795/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา