คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14804/2556
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาเขตชลประทานมีอำนาจร้องขอต่อศาลให้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำออกจากเขตชลประทานได้
ย่อคำพิพากษา
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างรุกล้ำเขตชลประทานประเภท 2 ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.การชลประทานหลวง พ.ศ.2485 มาตรา 23, 37 วรรคหนึ่ง และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำออกจากเขตชลประทานชานคลอง 17 มิใช่กรณีที่พนักงานอัยการขอให้เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43, 44, 50 ผู้ร้องซึ่งมีหน้าที่ดูแลรักษาเขตชลประทานชานคลอง จึงมีอำนาจร้องขอต่อศาลให้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาได้อีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากที่โจทก์สามารถร้องขอได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ.2485 มาตรา 23, 37 และให้รื้อถอนสิ่งก่อสร้างออกจากเขตชลประทานชานคลอง 17
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นบังคับคดี ศาลชั้นต้นอนุญาต หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ดำเนินการบังคับคดีจำเลย ผู้ร้องนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปปิดประกาศเพื่อรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างแล้ว จำเลยยื่นคำร้องว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นบังคับคดีผิดระเบียบและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 แผนกคดีสิ่งแวดล้อม พิพากษากลับ ให้เพิกถอนหมายบังคับคดีของศาลชั้นต้น
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีอำนาจขอเข้าดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นบังคับคดี โดยการยื่นคำขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากเขตชลประทานชานคลอง 17 ตามคำพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างรุกล้ำเขตชลประทานซึ่งเป็นทางน้ำชลประทานประเภท 2 ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช 2485 มาตรา 23, 37 วรรคหนึ่ง และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำ 3 หลัง ออกจากเขตชลประทานชานคลอง 17 คดีถึงที่สุดไปแล้ว ความผิดฐานดังกล่าวนี้เป็นความผิดฐานปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างรุกล้ำเขตชลประทาน กรมชลประทานผู้ร้องย่อมได้รับความเสียหาย ทั้งกรมชลประทานได้แจ้งความร้องทุกข์แก่พนักงานสอบสวน การฟ้องคดีของพนักงานอัยการเป็นไปตามอำนาจที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำเลยและให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากเขตชลประทาน ตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง จึงไม่ใช่กรณีที่พนักงานอัยการขอให้เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43, 44, 50 ดังที่จำเลยฎีกา กรมชลประทานซึ่งมีหน้าที่ดูแลรักษาเขตชลประทานชานคลองจึงมีอำนาจร้องขอต่อศาลให้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาได้อีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากที่โจทก์สามารถร้องขอได้ ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3979/2549 ที่จำเลยอ้าง มีข้อเท็จจริงในประเด็นแห่งคดีไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในคดีนี้ เพราะคดีดังกล่าวมีประเด็นแต่เพียงว่า ผู้ร้องมีอำนาจเข้ามาดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 50 หรือไม่ ดังนั้น การดำเนินกระบวนพิจารณาออกหมายบังคับคดีของผู้ร้องจนกระทั่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว จึงเป็นกระบวนการบังคับคดีที่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ เพิกถอนหมายบังคับคดีของศาลชั้นต้นนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14804/2556
พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์
กรมชลประทาน ผู้ร้อง
นางวาสนา อารีราษฎร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา · ผู้ร้อง - กรมชลประทาน · จำเลย - นางวาสนา อารีราษฎร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธงชัย เสนามนตรี · พันวะสา บัวทอง · สมสันต์ ศุภศาสตรสิน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายปณัฐ สมบูรณสิน · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายธนาคม ลิ้มภักดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | สว.(อ)260/2554 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา