⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 21502/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21502/2556

บุกรุก

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อโจทก์มีคำขอท้ายฟ้องเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนโจทก์ร่วมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 แล้ว โจทก์ร่วมจะขอค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับทรัพย์ที่ถูกลักไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 อีกไม่ได้ 2. ค่าเสียหายทางจิตใจและชื่อเสียงที่เกิดจากการถูกบุกรุกในที่ดิน ไม่ถือเป็นความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดฐานบุกรุก

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ โจทก์มีคำขอท้ายฟ้องเรียกทรัพย์สินหรือราคาที่จำเลยลักไปแทนโจทก์ร่วมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 แล้ว โจทก์ร่วมจึงไม่อาจใช้สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับทรัพย์ที่จำเลยลักไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 ได้อีก จำเลยกับพวกร่วมกันบุกรุกเข้าไปในที่ดินอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ร่วม ความเสียหายที่โจทก์ร่วมได้รับจึงต้องเป็นความเสียหายอันเกิดจากตัวทรัพย์ที่จำเลยกับพวกร่วมกันบุกรุก เช่น ที่ดินพิพาทได้รับความเสียหาย หรือความเสียหายจากการไม่ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินพิพาทนั้น ค่าเสียสุขภาพจิตอันเนื่องมาจากโจทก์ร่วมต้องทำรั้วกำแพงใหม่ ต้องเฝ้าระวังไม่ให้ผู้อื่นเข้ามาในที่ดินเพื่อก่อเหตุอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของโจทก์ร่วมกับครอบครัว และค่าเสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงมิใช่ความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดฐานร่วมกันบุกรุกของจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335, 336 ทวิ, 362, 365, 83 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 50,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางปัทมา ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต และยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ค่าทำรั้วกำแพงอิฐบล็อกและบานประตูเหล็ก เป็นเงิน 93,000 บาท ค่าเสียสุขภาพจิต เป็นเงิน 100,000 บาท ค่าเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นที่ดูหมิ่นเกลียดชังของผู้อื่น เป็นเงิน 100,000 บาท รวมเป็นเงิน 293,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันที่ 19 มกราคม 2549 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่งขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 362 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 50,000 บาท และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ร่วมอีก 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับ 9,000 บาท อีกสถานหนึ่ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษเป็นเวลา 2 ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง เป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมว่า ค่าเสียสุขภาพจิตและค่าเสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชังเป็นความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่ สำหรับความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ โจทก์มีคำขอท้ายฟ้องเรียกทรัพย์สินหรือราคาที่จำเลยลักไปแทนโจทก์ร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 แล้ว โจทก์ร่วมจึงไม่อาจใช้สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับทรัพย์ที่จำเลยลักไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ได้อีก มีปัญหาที่ต้องพิจารณาเพียงว่า ค่าเสียสุขภาพจิตและค่าเสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชังเป็นความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดฐานร่วมกันบุกรุกของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยกับพวกร่วมกันบุกรุกเข้าไปในที่ดินโฉนดเลขที่ 146361 ตำบลบางจาก อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร บริเวณรั้วสังกะสี ซึ่งกั้นระหว่างที่ดินโฉนดดังกล่าวกับที่ดินโฉนดเลขที่ 110214 ตำบลบางจาก อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร ซึ่งตกเป็นทางจำเป็นของที่ดินโฉนดเลขที่ 146361 อันเป็นอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ร่วม ความเสียหายที่โจทก์ร่วมได้รับจึงต้องเป็นความเสียหายอันเกิดจากตัวทรัพย์ที่จำเลยกับพวกร่วมกันบุกรุกนั้น เช่น ที่ดินพิพาทได้รับความเสียหาย หรือความเสียหายจากการไม่ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินพิพาทนั้น เป็นต้น ดังนี้ ค่าเสียสุขภาพจิตอันเนื่องมาจากโจทก์ร่วมต้องทำรั้วกำแพงใหม่ทำให้ต้องเฝ้าระวังไม่ให้ผู้อื่นเข้ามาในที่ดินเพื่อก่อเหตุอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของโจทก์ร่วมกับครอบครัวและค่าเสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชังอันเนื่องมาจากจำเลยรู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ร่วม แต่ได้กระทำความผิดรื้อรั้วสังกะสีหลายครั้ง และโจทก์ร่วมแจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลยหลายคดี แต่จำเลยกลับมากระทำความผิดซ้ำอีก จึงมิใช่ความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดฐานร่วมกันบุกรุกของจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ร่วมข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21502/2556 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางปัทมา ธัญนารา โจทก์ร่วม นางบุญศิริ ภิรมย์นาม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ร่วม - นางปัทมา ธัญนารา · จำเลย - นางบุญศิริ ภิรมย์นาม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธงชัย เสนามนตรี · อภิรัตน์ ลัดพลี · พศวัจณ์ กนกนาก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระโขนง - นายทวีป ฟักเทพ · ศาลอุทธรณ์ - นายวีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2638/2556

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4101/2551ฎีกา 255/2529ฎีกา 9026/2553ฎีกา 709/2482ฎีกา 5616/2550ฎีกา 1147/2546ฎีกา 888/2490ฎีกา 2314/2529ฎีกา 5274/2531ฎีกา 3650/2527ฎีกา 7958/2555ฎีกา 1567/2535ฎีกา 3303/2531ฎีกา 3081/2524ฎีกา 185/2566ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 3245/2545ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 7201/2568ฎีกา 337/2535ฎีกา 2845/2543ฎีกา 5090/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา