คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6306/2556
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้ศาลพิสูจน์หรือรับรองความเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ร้อง เมื่อผู้ร้องถึงแก่ความตาย สิทธิดังกล่าวก็สิ้นไป และทายาทไม่สามารถเข้าดำเนินกระบวนพิจารณาแทนที่ได้
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่า ผู้ร้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของ ส. ผู้ตาย จึงเป็นกรณีที่ผู้ร้องซึ่งมิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายขอให้ศาลพิพากษาว่าผู้ตายเป็นบุตร เป็นการยื่นคำร้องขอให้ศาลรับรองสิทธิเฉพาะตัวของผู้ร้องโดยแท้ เมื่อสิทธิตามคำร้องของผู้ร้องมิใช่สิทธิอันเป็นมรดกที่จะตกทอดแก่ทายาทได้ แม้ต่อมาผู้ร้องถึงแก่ความตายระหว่างไต่สวนคำร้อง และ ภ. ซึ่งเป็นทนายความของ ป. และ ส. ทายาทโดยธรรมของผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ ก็ไม่อาจเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้องที่มรณะได้ ศาลชอบที่จะยกคำร้องของ ภ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจาก ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของ พ.อ.อ. สุเทพ ผู้ตาย ต่อมาระหว่างไต่สวนคำร้อง ผู้ร้องถึงแก่ความตาย นายภาสุวรรณ ในฐานะทนายความของนางประทุมและนายสุนทร ทายาทโดยธรรมของผู้ร้องยื่นคำขอขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง
ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายกอุทธรณ์ของนายภาสุวรรณ ทนายความทายาทของผู้ร้อง คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่นายภาสุวรรณ (ที่ถูก ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสอง) ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองของผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ทายาทของคู่ความผู้มรณะหรือผู้จัดการทรัพย์มรดกของผู้มรณะหรือบุคคลอื่นใดที่ปกครองทรัพย์มรดกไว้ จะได้เข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะได้ดังที่จำเลยฎีกาก็ตาม แต่การที่ผู้ร้องซึ่งมิได้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของ พ.อ.อ. สุเทพ ผู้ตาย ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของ พ.อ.อ. สุเทพ ผู้ตาย อันเป็นการขอให้ศาลพิพากษารับรองว่าผู้ตายเป็นบุตรของผู้ร้องนั้น เป็นการยื่นคำร้องขอให้ศาลรับรองสิทธิเฉพาะตัวของผู้ร้องโดยแท้ เมื่อสิทธิตามคำร้องของผู้ร้องมิใช่สิทธิอันเป็นมรดกที่จะตกทอดแก่ทายาทได้ ดังนั้น ทายาทของผู้ร้องจึงไม่อาจเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้องมรณะได้ ฎีกาของผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า นายภาสุวรรณ ทนายความทายาทของผู้ร้อง (ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสอง) เป็นบุคคลนอกคดีไม่อยู่ในฐานะที่จะอุทธรณ์คดีได้นั้น เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้องและกรณีไม่มีกฎหมายห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งกรณีดังกล่าว ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองย่อมมีสิทธิอุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 อีกทั้งศาลอุทธรณ์ก็มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองแล้วว่า ศาลอุทธรณ์เห็นชอบด้วยกับคำสั่งศาลชั้นต้นจึงยกคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้องซึ่งเป็นผู้มรณะ ศาลอุทธรณ์จึงชอบที่จะพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นและมีคำสั่งให้ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองรับผิดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์และคืนค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แก่ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองมานั้นจึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียใหม่ให้ถูกต้อง
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และบังคับตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6306/2556
นายแจ่ม ฝึกศิลป์ ผู้ร้อง
นางประทุม จันทร์เรือง กับพวก ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นายแจ่ม ฝึกศิลป์ · ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน - นางประทุม จันทร์เรือง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชาติ ธัญญาวินิชกุล · เพลินจิต ตั้งพูลสกุล · ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นางสาวณิศรา ชุบขุนทด · ศาลอุทธรณ์ - นางอารีย์ เตชะหรูวิจิตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | ยช.(พ)183/2554 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา